Submissions

Login or Register to make a submission.

Submission Preparation Checklist

As part of the submission process, authors are required to check off their submission's compliance with all of the following items, and submissions may be returned to authors that do not adhere to these guidelines.
  • The submission has not been previously published, nor is it before another journal for consideration (or an explanation has been provided in Comments to the Editor).
  • The submission file is in Microsoft Word, RTF, or WordPerfect document file format.
  • Where available, URLs for the references have been provided.
  • The text is single-spaced; uses a 12-point font; employs italics, rather than underlining (except with URL addresses); and all illustrations, figures, and tables are placed within the text at the appropriate points, rather than at the end.
  • The text adheres to the stylistic and bibliographic requirements outlined in the Author Guidelines, which is found in About the Journal.
  • If submitting to a peer-reviewed section of the journal, the instructions in Ensuring a Blind Review) have been followed.

Author Guidelines

คำแนะนำสำหรับผู้นิพนธ์

(Instruction for author)

 

คำแนะนำทั่วไปเกี่ยวกับการเขียนต้นฉบับ (Manuscript preparation)

1.การเขียนต้นฉบับ (Manuscript) สามารถเขียนเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้ แต่บทคัดย่อ (Abstract) ต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เนื้อหาต้นฉบับควรมีความยาวไม่เกิน 15 หน้ากระดาษขนาด A4 ทั้งนี้ไม่รวมบทคัดย่อ ตาราง รูปภาพ และรายการเอกสารอ้างอิง ทั้งนี้ บทความวิจัยจะตีพิมพ์ในรูปแบบภาษาอังกฤษ โดยอนุโลมให้ส่งต้นฉบับบทความจะเป็นภาษาไทยได้

2. การสร้างไฟล์ต้นฉบับ ควรสร้างด้วยโปรแกรม Microsoft Word
3. การพิมพ์ต้นฉบับ (Manuscript) ควรใช้ตัวอักษรแบบ Browalia New ขนาด 13 พอยท์ จัดหน้าขนาด A4 ห่างจากขอบด้านละ 2 เซนติเมตร จัดระยะห่างระหว่างบรรทัดเท่ากับ 1.5 บรรทัด
4. ในการพิมพ์ หากจะเว้นวรรคระหว่างคำหรือประโยคต้องทำโดยการเคาะ space bar ไม่เกินหนึ่งครั้ง และจัดรูปแบบการพิมพ์ให้กระจายแบบเต็มแนว (distributed)
5. ละเว้นการจัดรูปแบบเอกสารอัตโนมัติ (autoformat) เช่น heading และรายการย่อยอัตโนมัติต่าง ๆ และห้ามจัดรูปแบบให้เหมือนบทความที่เสร็จสมบูรณ์พร้อมตีพิมพ์
6. การเขียนหน่วยต่างๆ ควรใช้ระบบ International System Units (SI) และเป็นสากล หากต้องการย่อหน่วย ควรใช้ตัวย่อเป็นภาษาอังกฤษที่ถูกต้องและเป็นสากล
7. การเขียนคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษให้ยึดตามศัพท์บัญญัติของราชบัณฑิตยสถาน
8. บทความวิชาการควรประกอบด้วย ชื่อเรื่อง ชื่อผู้นิพนธ์ ที่อยู่ อีเมลล์ของผู้นิพนธ์ บทคัดย่อ (Abstract) และคำสำคัญ (Keywords) ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ตามด้วยเนื้อหา ซึ่งลักษณะองค์ประกอบของเนื้อหาอาจแตกต่างกัน
9. บทคัดย่อมีความยาวตามจำเป็น โดยไม่ควรเกิน 350 คำสำหรับบทความวิจัย (สำหรับบทความอื่นๆ ไม่ควรเกิน 200 คำ) โดยต้องมีบทคัดย่อทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สำหรับบทความทุกรูปแบบที่ส่งตีพิมพ์ ทั้งนี้ สำหรับบทความทุกรูปแบบยกเว้นนิพนธ์ปริทัศน์ให้จัดบทคัดย่อตามหัวข้อดังนี้ วัตถุประสงค์ (objective) วิธีการศึกษา (method) ผลการศึกษา (results) สรุป (conclusion) และคำสำคัญ (keywords) ส่วนบทคัดย่อของนิพนธ์ปริทัศน์ไม่ต้องมีหัวข้อดังกล่าว
10. การจัดแบ่งหัวข้อในบทความ
a. บทความวิจัย (original research article) และบทความอื่นๆ ยกเว้นนิพนธ์ปริทัศน์ให้แบ่งเนื้อหาเป็นหัวข้อหลัก ดังนี้ บทนำ (introduction) วิธีการศึกษา (method) ผลการศึกษา (results) อภิปรายผลการศึกษา (discussion) และสรุปผลการศึกษา (conclusion) กิตติกรรมประกาศ และเอกสารอ้างอิง
b. เนื้อหาบทความนิพนธ์ปริทรรศน์ (review article) ให้แบ่งเนื้อหาเป็นหัวข้อหลัก ดังนี้ บทนำ เนื้อเรื่อง บทสรุป และเอกสารอ้างอิง
11. การอ้างอิงเอกสาร
a. ในเนื้อหาให้ใช้ระบบตัวเลขยก (superscript) ระบุที่ท้ายเนื้อหาที่นำมาอ้างอิง เรียงตัวเลขตามลำดับการอ้างอิงที่ปรากฏในบทความ และนำมารวบรวมไว้ในรายการเอกสารอ้างอิงที่ท้ายเรื่อง ตามตัวอย่างที่วารสารกำหนดอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้เอกสารทุกชิ้นในรายการเอกสารอ้างอิงต้องปรากฏอย่างชัดเจนว่าอ้างไว้ในส่วนใดของเนื้อหา
b. การอ้างอิงท้ายบทความให้ใช้การเรียงลำดับหมายเลขอ้างอิง โดยเขียนเป็นภาษาอังกฤษทุกรายการเรียงลำดับตามการอ้างอิงในบทความ (ไม่ว่าต้นฉบับบทความจะเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ)
12. ควรแสดงผลการพิจารณาจริยธรรมสำหรับการศึกษาในสัตว์ทดลองหรือในมนุษย์ตามความเหมาะสม ทั้งหน่วยงานที่พิจารณา พร้อมเลขที่และวันที่ที่อนุมัติ
13. ห้ามใส่รายชื่อผู้นิพนธ์ในไฟล์ต้นฉบับบทความ
รายละเอียดของส่วนประกอบในบทความ
ก) บทความวิจัย (Original research article)
ชื่อเรื่อง (Title)
ควรสั้น กะทัดรัด และสื่อเป้าหมายหลักของการศึกษาวิจัย ไม่ใช้คำย่อ ความยาวไม่ควรเกิน 100 ตัวอักษร ใช้อักษรใหญ่ capital letter ในตัวหน้าทุกคำ เน้นประโยคด้วยตัวหนา (Bold) ชื่อเรื่องต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยให้นำชื่อเรื่องภาษาไทยขึ้นก่อน

ชื่อผู้นิพนธ์และที่อยู่ (ให้เตรียมเป็นไฟล์แยกจากไฟล์ต้นฉบับ) ห้ามใส่ข้อมูลนี้ในไฟล์ต้นฉบับบทความ
ให้มีทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ และระบุตำแหน่งทางวิชาการ หน่วยงานหรือสถาบันที่สังกัด ที่อยู่ และอีเมล์ของผู้นิพนธ์ (correspondent author) เพื่อใช้ติดต่อเกี่ยวกับต้นฉบับและบทความที่ตีพิมพ์แล้ว

บทคัดย่อ (Abstract)
ให้มีทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ เป็นเนื้อความย่อที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย ไม่ควรมีคำย่อหากไม่จำเป็น โดยจัดแบ่งตามหัวข้อ ดังนี้ วัตถุประสงค์ (Objective) วิธีการศึกษา (Method) ผลการศึกษา (Results) และสรุป (Conclusion) เนื้อความไม่ควรเกิน 350 คำ ให้เรียงบทคัดย่อภาษาไทยขึ้นก่อนภาษาอังกฤษ

คำสำคัญ (Keywords)
ให้ระบุทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ใส่ไว้ท้ายบทคัดย่อของแต่ละภาษา จำนวนไม่เกิน 5 คำ

บทนำ (Introduction)
ให้ระบุความเป็นมาและเหตุผลนำไปสู่การศึกษาวิจัย ให้ข้อมูลทางวิชาการพร้อมทั้งจุดมุ่งหมายที่เกี่ยวข้องอย่างกระชับ แสดงวัตถุประสงค์โดยรวมของการศึกษา และวัตถุประสงค์จำเพาะให้ชัดเจน ผู้นิพนธ์อาจนำเสนอสมมติฐานของการศึกษา

วิธีการศึกษา (Method)
ให้ระบุรายละเอียด โดยแสดงเป็นหัวข้อย่อยต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับการศึกษาในสาขาวิชานั้น ๆ เช่น วัสดุ/อุปกรณ์ สิ่งที่นำมาศึกษา จำนวนลักษณะเฉพาะของตัวอย่างที่ศึกษา ตลอดจนเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการศึกษา อธิบายวิธีการศึกษา หรือแผนการทดลองทางสถิติ การสุ่มตัวอย่าง วิธีการเก็บข้อมูล และวิธีการวิเคราะห์ข้อมูล เป็นต้น

ผลการศึกษา (Results)
ให้ระบุผลที่พบตามลำดับหัวข้อของการศึกษาวิจัยให้ได้ใจความชัดเจน ถ้าผลการศึกษาไม่ซับซ้อนและมีตัวเลขไม่มาก ควรใช้คำบรรยาย แต่ถ้ามีตัวเลขมาก หรือตัวแปรมาก ควรแสดงผลการศึกษาในรูปตาราง หรือแผนภูมิ ควรแปลความหมายและวิเคราะห์ผลที่ค้นพบ และสรุปเปรียบเทียบกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ การนำเสนอสามารถแบ่งเป็นหัวข้อย่อยตามความจำเป็น

อภิปรายและสรุปผลการศึกษา (Discussions and Conclusion)
ให้ระบุว่าผลการศึกษาตรงกับวัตถุประสงค์ของการวิจัย หรือแตกต่างไปจากผลงานที่มีผู้รายงานไว้ก่อนหรือไม่ อย่างไร เหตุผลใดจึงเป็นเช่นนั้น และมีพื้นฐานอ้างอิงที่เชื่อถือได้ และให้จบด้วยข้อเสนอแนะที่จะนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ หรือเสนอประเด็นคำถามการวิจัย ซึ่งเป็นแนวทางสำหรับการวิจัยต่อไป

ตาราง และรูปภาพ (Tables and figures) (ถ้ามี)
ควรคัดเลือกตารางและรูปภาพเฉพาะที่จำเป็น โดยจัดตารางและรูปภาพแยกออกจากเนื้อหาเรียงไว้ด้านท้ายของเอกสารอ้างอิง โดยเรียงลำดับให้สอดคล้องกับคำอธิบายในเนื้อหา ทุกตารางและรูปภาพ ต้องมีหมายเลขและเขียนเรียงตามลำดับ มีคำอธิบายสั้น ๆ สื่อความหมาย ได้สาระครบถ้วน และมีรูปแบบดังนี้
· สำหรับตาราง ต้องสร้างโดยใช้คำสั่งหรือเครื่องมือสร้างตารางของโปรแกรม Microsoft Word ไม่ใช้เครื่องมือในการวาดเส้นหรือวาดรูป เพื่อวาดเส้นต่างๆ ประกอบกันเป็นตาราง เมื่อจะขึ้นบรรทัด (line) ใหม่ต้องใช้ row ใหม่เสมอไม่ควรใช้การเคาะเอนเตอร์ (enter)
· ตารางต้องมีหมายเลขตาราง (พิมพ์ตัวหนา) และคำอธิบายอยู่ด้านบนตาราง (พิมพ์ตัวธรรมดา)
· กรณีที่เป็นรูปภาพ มีหมายเลขรูปภาพ (พิมพ์ตัวหนา) และคำอธิบายอยู่ด้านล่างรูปภาพ (พิมพ์ตัวธรรมดา) รูปภาพควรเป็นภาพที่ชัดเจน
กิตติกรรมประกาศ (Acknowledgements) (ถ้ามี)
เพื่อกล่าวขอบคุณบุคคล หน่วยงาน สถาบัน ที่สนับสนุนการวิจัย ควรอยู่ในหน้าสุดท้ายของเนื้อความ ควรระบุแหล่งทุนที่สนับสนุนงานวิจัยด้วย
เอกสารอ้างอิง (References)
เอกสารอ้างอิงกำหนดไม่เกิน 50 เรื่อง เอกสารอ้างอิงต้องเป็นเอกสารที่ถูกตีพิมพ์และได้รับการยอมรับทางวิชาการ ถ้ายังไม่ได้ถูกตีพิมพ์ต้องระบุว่า รอการตีพิมพ์ (in press)
ข) บทความวิจัยสื่อสารอย่างสั้น (Short communication)
มีข้อพิจารณาเหมือนกับบทความวิจัย (original research article) โดยควรเป็นองค์ความรู้ใหม่ ต้นฉบับความยาวไม่เกิน 4 หน้ากระดาษ A4 อาจมีรูปภาพและตารางรวมกันไม่เกิน 2 รูป บทคัดย่อไม่ควรเกิน 200 คำ จำนวนเอกสารอ้างอิงไม่เกิน 25 รายการ
ค) บทความนิพนธ์ปริทัศน์ (Review article)
บทความต้องรวบรวมความก้าวหน้าของประเด็นทางวิชาการมานำเสนออย่างกระชับ และต้องมีเนื้อหาการวิเคราะห์และวิจารณ์ด้วยเสมอ ความยาวต้นฉบับไม่เกิน 8 หน้ากระดาษ A4 อาจมีรูปภาพและตารางรวมกันไม่เกิน 10 รูป บทคัดย่อไม่ควรเกิน 200 คำ แบ่งเนื้อหาเป็นหัวข้อหลัก ดังนี้ บทนำ เนื้อเรื่อง บทสรุป และเอกสารอ้างอิง โดยจำนวนเอกสารอ้างอิงไม่เกิน 100 รายการ บทความนิพนธ์ปริทัศน์จะผ่านการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิเช่นเดียวกันบทความประเภทอื่น

Original Research Article - นิพนธ์ต้นฉบับ

Review Article - นิพนธ์ปริทัศน์

Special Article - บทความพิเศษ

Miscellaneous Article - ปกิณกะ

Privacy Statement

- ห้ามใส่รายชื่อผู้นิพนธ์ลงในไฟล์ต้นฉบับบทความเด็ดขาด และทำตามคำแนะนำใน Ensuring a Blind Peer Review section- The names and email addresses entered in this journal site will be used exclusively for the stated purposes of this journal and will not be made available for any other purpose or to any other party.