การพัฒนาความสามารถในการผลิตสื่อสำหรับนักศึกษาวิชาชีพครูสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย โดยใช้การเรียนรู้จากการทำงานแบบผสมผสานและเสริมศักยภาพด้วยเทคโนโลยี DEVELOPMENT OF PRODUCTIVE ABILITY OF INSTRUCTIONAL MATERIALS FOR PRE-SERVICE TEACHER IN EARLY CHILDHOOD EDU

Authors

  • เอื้ออารี จันทร

Abstract

บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลของการพัฒนาความสามารถในการผลิตสื่อ โดยใช้การเรียนรู้จากการทำงานแบบผสมผสานและเสริมศักยภาพด้วยเทคโนโลยี กลุ่มตัวอย่างได้แก่ นักศึกษาวิชาชีพครู สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย ที่กำลังศึกษารายวิชา สื่อและเทคโนโลยีการศึกษา จำนวน 30 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แผน การจัดการเรียนรู้ 2) แบบประเมินความสามารถในการผลิตสื่อ และ 3) แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ 4) แบบประเมินความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในงานวิจัย ได้แก่ การทดสอบความแตกต่างค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่มไม่อิสระ (Paired sample t-test) สถิติเชิงพรรณา ค่าพัฒนา การสัมพัทธ์ ค่าร้อยละ และการวิเคราะห์เนื้อหา ระยะเวลาเรียนทั้งหมด 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 4 ชั่วโมง สัดส่วนการเรียนแบบออนไลน์ต่อการเรียนแบบออนไซต์ 50 : 50  ผลการประเมินความสามารถในการผลิตสื่อ โดยรวม พบว่า ผลการเปรียบเทียบความแตกต่างของระดับความสามารถในการผลิตสื่อก่อนและหลัง พบว่า ภายหลังการเรียนรู้จากการทำงานแบบผสมผสานและเสริมศักยภาพด้วยเทคโนโลยีทำให้ระดับความสามารถในการผลิตสื่อสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  กลุ่มผู้ที่มีค่าพัฒนาการสัมพัทธ์ระดับสูงมากที่สุด ส่วนใหญ่เลือกใช้การเสริมศักยภาพด้วยแหล่งเรียนรู้ พฤติกรรมการเรียนรู้ที่สำคัญ คือ มีการปรับปรุงงานตามคำแนะนำ และค้นคว้าข้อมูลเพื่อปรับแก้ไขทุกครั้งที่ได้รับคำแนะนำ คำสำคัญ: ความสามารถในการผลิตสื่อ  การเรียนรู้จากการทำงานแบบผสมผสาน  การเสริมศักยภาพด้วยเทคโนโลยี   ABSTRACT The purpose of this project is to investigate the productive ability of instructional materials for pre-service teacher in early childhood education by using work-based blended learning and technological scaffolding. The sample group consisted of 30 students in early childhood education who enrolled in the Media and Educational Technology course. All student participants were selected by a purposive sampling method. A learning management plan, a media production capability assessment form, a learning behavior observation form, and a satisfaction assessment form were used as the research tools. T-test statistics, descriptive statistics, relative growth method, percentage and content analysis were applied for data analysis in the study. There was a 50:50 between online: on-site. It was 8 weeks and 4 hours per week, according to the total media production ability evaluation results. The results showed that the learners in the experimental group significantly had higher posttest–mean scores than their pretest–mean scores on Productive Ability of Instructional Materials (p < 0.05). Most of them prefer to be empowered with learning resources to the greatest degree. The major learning behavior was to enhance activities based on instructions and study data in order to make corrections every time they received guidance. Learners with the highest relative growth method chose resources technological scaffolding. The major learning behavior was to enhance activities based on instructions and study data to make corrections every time they received guidance.   Keywords: Ability of Instructional Materials, Work-Based Blended Learning, Technological Scaffolding

Downloads