รูปแบบการนิเทศภายในเพื่อการพัฒนาการจัดการศึกษาที่ยั่งยืน ของสถานศึกษาสังกัดกรุงเทพมหานคร

Authors

  • นรินทร์ บุตรพรม
  • เสาวณีย์ สิกขาบัณฑิต
  • ขวัญหญิง ศรีประเสริฐภาพ

Abstract

บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในของสถานศึกษาสังกัดกรุงเทพมหานคร โดยดำเนินการวิจัย3ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาปัญหา ความต้องการ และปัจจัยส่งเสริมการนิเทศภายในที่มีประสิทธิภาพเพื่อการพัฒนาการจัดการศึกษาที่ยั่งยืนของสถานศึกษาสังกัดกรุงเทพมหานคร ด้วยการศึกษาเอกสาร ศึกษาปัญหาและสภาพการนิเทศภายใน โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็นผู้อำนวยการสถานศึกษา จำนวน 10 คน ขั้นตอนที่ 2 พัฒนารูปแบบการนิเทศภายในเพื่อการพัฒนาการจัดการศึกษาที่ยั่งยืนของสถานศึกษาสังกัดกรุงเทพมหานครโดยการนำข้อมูลจากขั้นตอนที่ 1 มายกร่างและตรวจสอบความเหมาะสม ความถูกต้อง ครอบคลุมเนื้อหา ด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้เชี่ยวชาญด้านการนิเทศภายใน จำนวน 5 คน ขั้นตอนที่ 3 ทดลองใช้และประเมินประสิทธิภาพของรูปแบบการนิเทศภายใน โดยทดลองใช้กับสถานศึกษา 2 แห่ง และประเมินเพื่อตรวจสอบความเป็นประโยชน์และความเป็นไปได้ในการใช้รูปแบบการนิเทศภายในที่พัฒนาขึ้น ด้วยแบบตรวจสอบรายการ ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการนิเทศภายในเพื่อการพัฒนาการจัดการศึกษาที่ยั่งยืนของสถานศึกษาสังกัดกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย 1) กระบวนการนิเทศภายใน มี 5ขั้นตอนได้แก่ การศึกษาปัญหาและความต้องการ การวิเคราะห์ความสำคัญและวางแผน การสร้างความเข้าใจ การดำเนินการนิเทศ และการบันทึกการนิเทศและรายงานผล 2) ปัจจัยส่งเสริมการนิเทศภายในที่มีประสิทธิภาพ มี 5 ปัจจัย ได้แก่ นโยบายส่งเสริมการนิเทศภายใน ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหาร ความรู้ ความเข้าใจ และทักษะของผู้นิเทศภายใน สื่อและเครื่องมือในการนิเทศและการนิเทศติดตามอย่างต่อเนื่อง จากผลการทดลองใช้และประเมินรูปแบบที่พัฒนาขึ้น พบว่า รูปแบบที่พัฒนาขึ้นนี้มีความเหมาะสม ความถูกต้อง ครอบคลุมเนื้อหา ความเป็นประโยชน์และความเป็นไปได้อยู่ในระดับมาก คำสำคัญ: รูปแบบการนิเทศภายใน การพัฒนา การจัดการศึกษาที่ยั่งยืน สถานศึกษาสังกัดกรุงเทพฯ ABSTRACT This research aims to develop the internal supervision model for sustainable education development of Bangkok Metropolitan Administration’s Schools (BMA’s Schools) by doing 3 steps: 1) To study problems, needs, and causal factors influencing an efficiency of the internal supervision by reviewing documents, revising problems,and studying the internal supervision condition. Ten school administrators are selected to join the semi-structuredinterview. 2) Developing an internal supervision model by applying information from Step1 to draft and check propriety,accuracy standard of the internal supervision model through a semi-structured interview technique. Five internal supervision specialists are selected to join this step. 3) To try-out and evaluate an efficiency of the model in 2 schools to check a utility and feasibility by using check list form. The result shows that the developed model composes of 1) the internal supervision process has 5 processes: studying problems and needs, analysis and planning, realization, implement and notation and report. 2) The effective supporting factors have 5 factors the internal supervision supporting policy, administrator’s leadership, body of knowledge and skill of school supervisor, mediaand tool for supervisor, and follow-up supervision process. The result of trial and evaluation shows that this developed internal supervision pattern is Propriety, Accuracy Standard, Utility and Feasibility in a highest level. Keywords: Internal Supervision Model, Development, Sustained Education, Schools under Bangkok Metropolitan Administration

Downloads