การดำเนินงานด้านการลดอันตรายจากยาเสพติดของประเทศไทย
An Operation on Harm Reduction in Thailand
Abstract
บทความนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาทบทวนหลักการลดอันตรายจากยาเสพติดและแนวทางการดำเนินงานในต่างประเทศ 2) เพื่อวิเคราะห์การดำเนินงานลดอันตรายจากยาเสพติดของประเทศไทยที่ผ่านมา และ 3) เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับการดำเนินงานลดอันตรายจากยาเสพติดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด โดยพบว่า การลดอันตรายจากยาเสพติดมีหลักการพื้นฐานที่สำคัญ คือ การเคารพสิทธิของผู้ใช้ยา การทำงานบนฐานของข้อมูลและหลักฐาน การยอมรับกระบวนการยุติธรรมทางสังคมและเครือข่ายความร่วมมือของผู้ใช้ยาเสพติด และการหลีกเลี่ยงการตีตราผู้ใช้ยาเสพติด โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อรักษาชีวิตและลดทอนอันตรายต่อชีวิตและร่างกายของผู้ใช้ยาเสพติด การสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในการดำเนินชีวิตของผู้ใช้ยาเสพติด และการลดอันตรายจากกฎหมายและนโยบายยาเสพติด ตลอดจนการสร้างทางเลือกในการค้นหาผู้ใช้ยาเพื่อป้องกันอันตรายหรือหยุดการใช้ยา ทั้งนี้ ที่ผ่านมาพบว่าประเทศไทยมีการกำหนดมาตรการลดอันตรายจากยาเสพติด (Harm Reduction) ในฐานะ ‘มาตรการทางเลือก’ ในการสนับสนุนการดูแลผู้ใช้ยาเสพติดที่ยังไม่สามารถตัดขาดจากยาเสพติดได้ แต่พบว่าการดำเนินงานลดอันตรายของไทยที่ผ่านมาในอดีต ยังมีลักษณะที่ไม่เอื้อให้เกิดการดำเนินงานตามหลักการลดอันตรายจากยาเสพติดอย่างแท้จริง โดยนิยามของคำว่าลดอันตรายจากยาเสพติดยังมีความหลากหลาย และนำไปสู่แนวทางการดำเนินงานที่แตกต่างกันของแต่ละหน่วยงาน อีกทั้งยังพบว่า กำหนดให้การลดอันตรายเป็นรูปแบบหนึ่งของการบำบัดรักษา โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เลิกใช้ยาเสพติดเป็นสำคัญ โดยผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานในแต่ละหน่วยงานต่างยอมรับในหลักการแต่ขาดความเข้าใจในเป้าหมายของการลดอันตราย จึงไม่มีการปรับเปลี่ยนแนวทางการปฏิบัติต่อผู้ใช้ยาเสพติด รวมทั้งมุ่งดำเนินงานแบบบังคับโดยใช้อำนาจรัฐเป็นหลัก รวมทั้งการเน้นสื่อสารต่อสังคมเพื่อสร้างความหวาดกลัวต่อปัญหายาเสพติดมากว่าการให้ความรู้และสร้างความเข้าใจต่อผู้ใช้ยาเสพติด ทำให้แนวคิดที่คาดหวังให้ผู้ผ่านการบำบัดรักษากลับคืนสู่สังคมและสามารถดำเนินชีวิตได้โดยไม่กลับมาใช้ยาเสพติดอีก เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยาก เมื่อพิจารณาสาระสำคัญเกี่ยวกับการลดอันตรายจากยาเสพติดในประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 และพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 พบว่า ยังคงกำหนดให้การเสพยาเสพติดเป็นความผิด และกำหนดให้มีโทษทางอาญา ซึ่งแม้ว่าจะมีการกำหนดให้การเข้ารับการบำบัดรักษาเป็นแนวทางในการเบี่ยงเบนคดีในชั้นก่อนฟ้องคดี (Pre-adjudication) และชั้นหลังฟ้องคดี (Post-adjudication) แต่ข้อสังเกตที่สำคัญคือ หน่วยงานที่ได้รับการรับรองว่าเป็นสถานพยาบาลยาเสพติดหรือสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดในปัจจุบันครอบคลุมการให้บริการและความช่วยเหลือต่อผู้ใช้ยาเสพติดตามแนวทางลดอันตรายจากยาเสพติดเพียงใด ทั้งนี้ จึงมีข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับการดำเนินงานลดอันตรายจากยาเสพติดตามประมวลกฎหมายยาเสพติดคือ ควรกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการของการลดอันตรายจากยาเสพติดให้ชัดเจนและกำหนดแนวทางการดำเนินงานโดยมุ่งเน้นการเข้าถึงผู้ใช้ยาเสพติด (Reach) และจูงใจให้เข้ามาสู่การดูแล (Recruit) จากหน่วยงานภาคส่วนต่าง ๆ ด้วยความสมัครใจ และควรจัดให้มีการประเมินข้อมูลเพื่อคัดกรองผู้ใช้ยาเสพติด (Screening) โดยพิจารณาจากความจำเป็นและความพร้อมของผู้ใช้ยาเป็นหลัก ทั้งการให้บริการด้านความรู้และการสร้างทัศนคติที่เหมาะสมของผู้ใช้ยาเสพติด (Knowledge & Attitude) บริการด้านสุขภาพและสังคม (Health & Social Service) รวมทั้งโปรแกรมการบำบัดฟื้นฟูตามหลักทางการแพทย์และสาธารณสุข (Treatment & Rehabilitation Programs) โดยมุ่งลดความเสี่ยงอันตรายต่อชีวิต ปัญหาด้านสุขภาพกายและจิต รวมทั้งผลกระทบในเชิงสังคม ทั้งที่เกิดต่อตัวผู้ใช้ยาเสพติดเอง บุคคลใกล้ชิด และชุมชนวงกว้าง โดยติดตามและประเมินผลได้จากการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรม ทัศนคติ และการคงอยู่ในระบบของผู้ใช้ยาเสพติด โดยหากมีผู้ใช้ยาเสพติดรายใดที่มีความพร้อมและความต้องการในการเลิกใช้ยาเสพติด ควรสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการตัดขาดจากยาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม (The paper has three objectives: 1) to review the principle of harm reduction and examine international approaches to their implementation; 2) to analyze harm reduction efforts in Thailand; and 3) to develop policy recommendations for harm reduction in alignment with the Narcotics Code. The findings indicate that harm reduction is grounded in key principles, including respecting the rights of drug users, adopting data- and evidence-based approaches, embracing social justice processes and drug user networks, and avoiding stigmatization. The primary goals are to save lives, reduce harm to the lives and health of drug users, bring about positive changes in their living conditions, mitigate the harmful impacts of laws and policies, and alternatives for identifying drug users to protect them from harm or help them cease drug use. Thailand has established harm reduction measures as “alternative measures” to support the care of drug users who are unable to completely abstain from drugs. However, these efforts fall short of fully aligning with the principle of harm reduction. The term “harm reduction” is defined inconsistently across organizations, leading to varied implementation approaches. In many cases, harm reduction is treated as a form of treatment aimed at achieving total abstinence from drug use. While executives and practitioners in individual organizations accept the principle of harm reduction, they often lack a clear understanding of its goals. Consequently, approaches to treating drug users remain unchanged, relying heavily on coercive efforts enforced by state power and communication strategies that instill fear about drug issues, rather than promoting knowledge or fostering understanding about drug users within society. This makes it challenging for individuals undergoing treatment to reintegrate into society and lead drug-free lives. Under the Narcotics Code, B.E. 2564 (2021), and the Act Promulgating the Narcotic Code, B.E. 2564 (2021), drug use remains criminalized. While treatment serves as a case diversion mechanism at both pre-adjudication and post-adjudication stages, there is significant concern about the coverage of services provided by accredited drug health facilities and rehabilitation centers in alignment with the harm reduction approach. Consequently, this paper offers policy recommendations to enhance harm reduction efforts under the Narcotics Code. Specifically, it emphasizes the need for clear operational definitions of harm reduction and the establishment of practical guidelines. These guidelines should focus on reaching drug users and recruiting them for the voluntary reception of care services provided by various sectors. It also recommends conducting assessments to screen drug users, focusing primarily on their needs and readiness. This should include providing knowledge for drug users and fostering their appropriate attitudes, health and social services, as well as treatment and rehabilitation programs grounded in medical and public health principles, aiming to reduce risks to life, physical and mental health problems, and the social impacts on drug users, their close relations, and the wider community. This approach can be supported through monitoring and evaluating behavioral and attitudinal changes, as well as retention rates within the care system. For drug users who express readiness and a desire to quit, there should be tangible support to help them successfully stop drug use.)Downloads
References
เครือข่ายเพื่อนไทยลดอันตรายจากสารเสพติด. 2550. การดูแลสุขภาพตนเองแบบองค์รวมในผู้ใช้ยา. เชียงใหม่: นันทพันธ์พริ้นติ้ง จำกัด.
จุฑามาศ มากกุญชร. 2564. ผลการจัดบริการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีในกลุ่มผู้ใช้ยาเสพติดด้วยวิธีฉีด ภายใต้นโยบายลดอันตรายจากยาเสพติด, วารสารโรคเอดส์. 33(2), 73-90.
นวลตา อาภาคัพภะกุล. 2550. การลดอันตรายจากการใช้ยา. สงขลานครินทร์เวชสาร. 25(1). 61-70.
ปรีชญาณ์ นักฟ้อน, อานุภาพ รักษ์สุวรรณ, กฤษฎา พรรณราย, สุธินี อัตถากร และ กานต์รวี วิชัยปะ. 2562. โครงการประเมินการดำเนินงานลดอันตรายจากยาเสพติด ปี 2562 (รายงานผลการวิจัย). กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด.
มูฮัมมัดฟามีห์ ตาเละ และ รัศมน กัลป์ยาศิริ. 2563. กรอบของปัญหา. ใน สาวิตรี อัษณางค์กรชัย และ รัศมน กัลป์ยาศิริ (บรรณาธิการ), นโยบายสารเสพติดกับประโยชน์สาธารณะ (พิมพ์ครั้งที่ 2), (3-18). สงขลา: คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
วรพล หนูนุ่น. (2556). “การลดอันตราย (Harm reduction) และแนวทางการลดอุปสงค์ (Demand reduction) ยุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหายาเสพติดในประเทศไทย”, การพัฒนาสุขภาพชุมชน มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 1(3), 7.
Kleiman, Mark A.R., Caulkins, Jonathan P., and Hawken, Angela. (2011). Drugs and Drug Policy : what everyone needs to know. New York: Oxford University Press.
Harm Reduction Australia. (2016). Does harm reduction encourage drug use?. Retrieved from http://www.nswnma.asn.au/wp-content/uploads/2016/10/HRA-2016-Presentation-wide-format-Dorota-Sacha-Krol.pdf
Harm reduction International. (2020). The Global State of Harm Reduction 2020 (7th edition). Retrieved from https://www.hri.global/files/2021/03/04/Global_State_HRI_2020_BOOK_FA_Web.pdf
________. (2021). Harm Reduction. Retrieved from https://www.hri.global/what-is-harm-reduction
National Harm Reduction Coalition. (2021). Principles of Harm reduction. Retrieved from https://harmreduction.org/