การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการใช้แอปพลิเคชันไลน์เพื่อการสื่อสารภายในองค์กร: กรณีศึกษา คณะวิศวกรรมศาสตร์ กำแพงแสน

A Study of Factors Affecting the Use of the LINE Application for Internal Communication: A Case Study of the Faculty of Engineering at Kamphaeng Saen

Authors

  • อรุณรัตน์ บุญปองหา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  • ศศรส ใจจิตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

Keywords:

การวิเคราะห์ปัจจัย, แบบจำลองสมการโครงสร้าง, แอปพลิเคชันไลน์

Abstract

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรม วิเคราะห์ปัญหา และอุปสรรคของการใช้แอปพลิเคชันไลน์ในการสื่อสารภายในคณะวิศวกรรมศาสตร์ กำแพงแสน เพื่อหาแนวทางการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ โดยใช้แบบจำลองสมการโครงสร้าง ข้อมูลที่ใช้ได้จากการเก็บรวบรวมด้วยแบบสอบถามจากบุคลากรของคณะวิศวกรรมศาสตร์ กำแพงแสน จำนวน 151 คน ผลการศึกษาจากแบบจำลองสมการโครงสร้างที่มีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ด้วยค่าดัชนีชี้วัด  ไค-สแควร์สัมพัทธ์เท่ากับ 1.85 ค่าเฉลี่ยความคลาดเคลื่อนกำลังสองของการประมาณค่าเท่ากับ 0.07 และค่าเฉลี่ยของความคลาดเคลื่อนเท่ากับ 0.10 พบว่า ปัจจัยที่มีส่วนสนับสนุนทำให้เกิดการยอมรับ และความพร้อมใช้แอปพลิเคชันไลน์เพื่อการสื่อสาร คือปัจจัยการรับรู้ถึงประโยชน์ ความสนุกสนาน และความถูกต้องของข้อมูล (0.56, t-value = 11.38) แต่จากปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความสะดวก (ประโยชน์ และความสนุกสนาน) (0.11, t-value = 1.66) และการต้องการความเป็นส่วนตัวและขาดความเข้าใจในการใช้แอปพลิเคชันไลน์ (0.55, t-value = 6.57) ทำให้บุคลากรเห็นว่าเป็นอุปสรรคในการจัดการข้อมูลและการถูกรบกวนจากช่วงเวลาการใช้งานที่ไม่เหมาะสม รวมถึงจากการต้องการความเป็นส่วนตัวและความเข้าใจในการใช้แอปพลิเคชันไลน์ (-0.11, t-value = -3.40) ยังส่งผลต่อการลดการยอมรับและความพร้อมใช้งานเพื่อการสื่อสารด้วย ดังนั้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสาร ควรมุ่งเน้นการให้ความรู้และเสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องผ่านการอบรมหรือจัดทำคู่มือการใช้งานที่เข้าถึงง่าย พร้อมกำหนดนโยบายการสื่อสารที่ชัดเจนเพื่อรักษาสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัว ส่งเสริมกิจกรรมที่สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อเพิ่มความตระหนักถึงประโยชน์และความสนุกในการใช้งาน รวมถึงการประเมินผลการสื่อสารอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับปรุงให้สอดคล้องกับความต้องการของบุคลากร ตลอดจนสนับสนุนวัฒนธรรมการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ โดยมีผู้บริหารเป็นแบบอย่างที่ดี ซึ่งจะช่วยสร้างระบบการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ เคารพความเป็นส่วนตัว และส่งเสริมการทำงานร่วมกันภายในคณะ (This study aims to examine user behavior, analyze problems and obstacles, and propose effective communication strategies for the use of the LINE application within the Faculty of Engineering at Kamphaeng Saen. A structural equation model (SEM) was employed, with data collected from 151 faculty members through a questionnaire. The model demonstrated a good fit with the empirical data, with a relative chi-square of 1.85, RMSEA of 0.07, and RMR of 0.10. The findings reveal that factors contributing to acceptance and readiness to use LINE for internal communication include perceived usefulness, enjoyment, and information accuracy (0.56, t = 11.38). However, convenience-related factors such as usefulness and enjoyment (0.11, t = 1.66), as well as privacy concerns and limited understanding of LINE (0.55, t = 6.57), pose obstacles to effective data management and appropriate communication timing. Privacy concerns and insufficient understanding of the application were also found to negatively influence acceptance and readiness (-0.11, t = -3.40). To improve communication efficiency, the study highlights the importance of providing training and user-friendly guidelines to enhance understanding and appropriate usage. Establishing clear communication policies is also essential to ensure a balance between work and personal life. Encouraging engagement through participatory activities can help foster awareness of the application's benefits and increase user enjoyment. Additionally, continuous evaluation of communication practices is recommended to align strategies with users’ needs. Cultivating an organizational culture that values effective communication—supported by leadership serving as role models—can promote a system that respects privacy, strengthens collaboration, and enhances overall operational efficiency within the faculty.)

References

ธันณวัฒน์ ยวงแก้ว ปิยวัฒน์ นพฤทธิ์ สมชาย ไชยโคตร และดวงรัตน์ โกยกิจเจริญ. (1 มีนาคม 2567). พฤติกรรมการใช้แอฟพลิเคชั่นสื่อสารของประชมชนในจังหวัดภูเก็ต. การประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 14 ประจำปีการศึกษา 2566 หัวข้อ “Silver Economy: A Golden Opportunity for the Future เศรษฐกิจผู้สูงวัย: โอกาสทองของอนาคต”. นครศรีธรรมราช: วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคใต้.

ธีรพร สิริวันต์. (2559). พฤติกรรมการใช้ไลน์แอปพลิเคชัน (Line Application) เพื่อเป็นช่องทางการสื่อสารการปฏิบัติงานในองค์กร. สารนิพนธ์การจัดการมหาบัณฑิต. กรุงเทพฯ: วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล.

นนท์ วัฒนกิจ. (2561). พฤติกรรมการสื่อสารผ่านแอปพลิเคชันไลน์และความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจ. วิทยานิพนธ์วารสารศาสตรมหาบัณฑิต (สื่อสารมวลชน). กรุงเทพฯ: คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

บัญชา สินสุพรรณ. (2564). การสื่อสารภายในองค์กรผ่านแอปพลิเคชันไลน์ (LINE): กรณีศึกษา กองร้อยมณฑลทหารบกที่ 33 ค่ายกาวิละ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่. การค้นคว้าด้วยตนเองรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต (นโยบายสาธารณะ). พะเยา: คณะรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา.

พาริดา พรหมบุตร. (2561). การสื่อสารภายในองค์กรที่มีผลต่อการปฏิบัติงานของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน. วิทยานิพนธ์การจัดการมหาบัณฑิต (การจัดการการบิน). นครราชสีมา: สถาบันการบินพลเรือน สถาบันสมทบมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี.

ฟองคำ พุ่มพวง. (2564). ผลการจัดกิจกรรรมเรียนรู้ออนไลน์ด้วย application LINE ของนักศึกษาระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาวิชาการบัญชี วิทยาลัยเทคโนโลยีอรรถวิทย์พณิชยการ. สืบค้นเมื่อ 1 มีนาคม 2568, จาก https://www.atc.ac.th/category/research-research/page/3/

เยาวนารถ พันธุ์เพ็ง. (2565). การสื่อสารผ่าน Line ของบุคลากรมหาวิทยาลัยเอกชน ในสถานการณ์โควิด 19. วารสารนวัตกรรมสังคมและเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน. 5(2): 43-50.

รภัทรา หิรัญรังสิต. (2561). ความเหมาะสมในการใช้ Line Application เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน: กรณีศึกษาการใช้งาน Line Application ในการทำงานของกลุ่มสาขาวิชาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่. สืบค้นเมื่อ 1 มีนาคม 2568, จาก https://archive.lib.cmu.ac.th/full/res/2561/tressh640 19_61_full.pdf

อารีย์ มยังพงษ์ เกื้อกูล ตาเย็น และณรงค์ฤทธิ์ ธีระเวช. (2565). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการใช้แอปพลิเคชันไลน์เพื่อการสื่อสารทางการเรียน. วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยอุดรธานี. 4(1): 57-71.

Bollen, A. Kenneth (1989). Structural Equations with Latent Variables. New York: Wiley.

Boomsma, A. (1985). Non-convergence, Improper Solutions, and Starting Values in LISREL Maximum Likelihood Estimation. Psychometrika. 50(2): 229–242.

Chen, Y.L., & Chen, Y. (2021). A Study of the Use Behavior of Line Today in Taiwan Based on the UTAUT2 Model. Journal of Business Management. 61(6): 1-19.

Cortina, Jose. (1993). What Is Coefficient Alpha? An Examination of Theory and Applications. Journal of Applied Psychology. 78(1): 98-104.

Diamantopoulos, Adamantios & Siguaw, A. Judy. (2000). Introducing LISREL: A Guide for the Uninitiated. London: Sage Publications.

Dreabi, A.H., Halalsheh, N., Alrawashdeh, N.M., Alnajdawi, M.A., Alsawalqa, O.R., & Al-Shboul, M. (2023). Sustainable Digital Communication Using Perceived Enjoyment with a Technology Acceptance Model Within Higher Education, in Jordan. Frontiers in Education. 8: 1-15.

Hair, F. Joseph, Black, C. William, Babin, J. Barry & Anderson, E. Rolph. (2014). Multivariate Data Analysis. USA: Pearson.

Ismail, A.H. (2016). Intention to Use Smartphone through Perceived Compatibility, Perceived Usefulness, and Perceived Ease of Use. Journal Dinamika Manajemen. 7: 1-10.

Schaik, van P., Jansen, J., Onibokun, J., Camp, J., & Kusev, P. (2018). Security and Privacy in Online Social Networking: Risk Perceptions and Precautionary Behaviour. Computers in Human Behavior. 78: 283-297.

Suthiwartnarueput, T., & Nutayangkul, T. (2022). The Outcome of Using the Line App for English-Speaking Practice of Thai EFL Students. Journal of Institutional Research Southeast Asia. 20(2): 161-193.

Downloads

Published

2025-12-25