วารสารวิชาการอุตสาหกรรมศึกษา

วารสารวิชาการอุตสาหกรรมศึกษา เป็นวารสารวิชาการระดับชาติที่อยู่ในฐานข้อมูล TCI ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจัดทำขึ้นปีละ 2 ฉบับเพื่อใช้เป็นแหล่งเผยแพร่บทความทางวิชาการรายงานการ วิจัยบทวิจารณ์หรือบทความอื่น ๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมศึกษาโดยการสนับสนุนจากคณาจารย์จากสาขาวิชาอุตสาหกรรมศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒและคณาจารย์จากสถาบันการศึกษาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง  รับตีพิมพ์บทความในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนทางอุตสาหกรรมศึกษา สิ่งแวดล้อมศึกษาที่สัมพันธ์กับอุตสาหกรรม อาชีวศึกษา เทคนิคศึกษา การเรียนการสอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ตลอดจนการจัดการเรียนการสอนที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรม (STEM) การจัดการทางอุตสาหกรรม เทคนิคทางอุตสาหกรรม เทคโนโลยีทางอุตสาหกรรม อนึ่ง ความคิดเห็นจากบทความวิชาการหรือรายงานการวิจัยแต่ละเรื่องที่นำเสนอในวารสารฉบับนี้เป็นความเห็นจากผู้เขียนหรือผู้วิจัย กองบรรณาธิการมีหน้าที่จัดพิมพ์และเผยแพร่เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางวิชาการแก่สังคมเท่านั้น กองบรรณาธิการวารสารวิชาการอุตสาหกรรมศึกษาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบุคลากรทั้งในสถานศึกษาและสถานประกอบการตลอดจนผู้สนใจโดยทั่วไปจะได้รับสาระประโยชน์จากวารสารฉบับนี้

 

วัตถุประสงค์ของการจัดพิมพ์วารสาร

  1. เพื่อเผยแพร่ผลงานทางวิชาการที่มีคุณภาพของบุคลากรและ/หรือนักวิชาการทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย
  2. เพื่อเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางวิชาการ
  3. เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพทางวิชาการแก่บุคลากรทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย

 

การเผยแพร่วารสารวิชาการอุตสาหกรรมศึกษา

วารสารวิชาการอุตสาหกรรมศึกษาดำเนินการเผยแพร่ในหอสมุดและหน่วยงานในสถาบันการศึกษาต่างๆ และเผยแพร่ออนไลน์ที่ URL : http://ejournals.swu.ac.th/index.php/jindedu/index

 

วารสารวิชาการอุตสาหกรรมศึกษา ขอความร่วมมือในการเตรียมต้นฉบับจาก template file นี้

https://drive.google.com/file/d/1MRAaNr8wLkMQqxGN7bsoUf1GfqPh2B7V/view?usp=sharing

 

 

จริยธรรมในการตีมพิมพ์ผลงานในวารสารวิชาการอุตสาหกรรมศึกษา (Publication Ethics)
1. บทความ ข้อความ ภาพประกอบและตารางประกอบ ที่พิมพ์ลงวารสารวิชาการอุตสาหกรรมศึกษา เป็นความเห็นส่วนตัวของผู้นิพนธ์ กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และไม่มีส่วนรับผิดชอบใด ๆ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้นิพนธ์แต่เพียงผู้เดียว
2. บทความใดที่ผู้อ่านเห็นว่าได้มีการลอกเลี่ยนหรือแบอ้างโดยปราศจากการอ้างอิง หรือทให้เข้าใจผิดว่าเป็นผลงานของผู้นิพนธ์ กรุณาแจ้งให้กองบรรณาธิการทราบ จะเป็นพระคุณยิ่ง
3. บทความที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยในมนุษญ์หรือสัตว์ทดลอง กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์รับพิจารณาเฉพาะผลงานที่ได้ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์หรือสัตว์ทดลองเท่านั้น
4. บทความที่ได้รับการพิจารณาให้เผยแพร่ผลงาน จะต้องได้รับผลการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง (Peer Review) ทั้งภายใน/ภายนอก จำนวน 2 ท่าน/บทความ จากจำนวนผู้ทรงคุณวิฒิทั้งหมด 3 ท่าน
5. การพิจารณาบทความเป็นการพิจารณาแบบ Double-Blind Peer Review
6. บทความที่ส่งถึงกองบรรณาธิการแล้ว ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่ส่งคืนผู้เขียนบทความ


บทบาทและหน้าที่ของผู้เขียนบทความ (Duties of Authors)
1. ผู้เขียนบทความที่มีชื่อปรากฏในบทความต้องเป็นผู้มีส่วนร่วมในการดำเนินการวิจัยหรือสร้างสรรค์ผลงานจริง และต้องระบุแหล่งทุนที่ได้รับการสนับสนุนในการวิจัยหรือสร้างสรรค์ผลงานในกิตติกรรมประกาศ (ถ้ามี)
2. ผู้เขียนบทความต้องเขียนให้ถูกต้องตามรูปแบบที่วารสารกำหนดไว้ในคำแนะนำสำหรับผู้เขียนบทความ
3. ผู้เขียนบทความต้องอ้างอิง หากมีการนำผลงานของผู้อื่นมาใช้ในผลงานของผู้เขียนบทความ โดยผลงานเหล่านั้นต้องปรากฏอบู่ในบทความและเอกสารอ้างอิงท้ายบทความ ตามรูปแบบที่วารสารกำหนด
4. ผู้เขียนบทความที่ส่งบทความเข้ารับการประเมินคุณภาพ ต้องเป็นผู้รับรองผลงานนั้นว่าเป็นผลงานใหม่และไม่เคยส่งตีพิมพ์เผยแพร่ที่ใดมาก่อน และไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาของวารสารฉบับอื่น
5. ผู้เขียนบทความต้องนำเสนอข้อมูลในบทความที่เป็นจริงจากการทำวิจัยหรือการสร้างสรรค์ผลงาน โดยไม่ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จและไม่บิดเบือนข้อมูล และต้องระบุผลประโยชน์ทับซ้อน (ถ้ามี)


บทบาทและหน้าที่ของบรรณาธิการวารสารวิชาการอุตสาหกรรมศึกษา (Duties of Editors)
1. บรรณาธิการมีหน้าที่ประเมิน ตัดสิน และคัดเลือกบทความที่มีคุณภาพมาพิมพ์เผยแพร่หลังจากที่ผ่านกระบวนการประเมินคุณภาพแล้ว โดยพิจารณาจากผลงานมีความชัดเจน ถูกต้องครบถ้วนและสมบูรณ์ เนื้อหามีความสอดคล้องกับนโยบายของวารสาร ตลอดจนมีหน้าที่พิจารณาคุณภาพของบทความให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลเพื่อการเผยแพร่ในวารสาร
2. บรรณาธิการต้องมีหน้าที่ในกาตรวจสอบบทความในด้านการคัดลอกผลงานของผู้อื่น (Plagiarism) โดยใช้โปรแกรมที่มีความน่าเชื่อถือ หากตรวจสอบแล้วพบว่าบทความนั้นมีการคัดลอกผลงานของผู้อื่น ต้องมีการยุติกระบวนการประเมินคุณภาพบทความและติดต่อผู้เขียนบทความเพื่อชี้แจงรายละเอียดที่พบและดำเนินการแก้ไขหรือปฏิเสธการพิจารณาหรือการเผยแพร่ตามลำดับต่อไป
3. บรรณาธิการต้องไม่เปิดเผยข้อมูลใดๆ ในระหว่างระยะเวลาของการประเมินคุณภาพบทความแก่บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง
4. บรรณาธิการต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนใด ๆ กับผู้เขียนบทความ ผู้ประเมิน และทีมบริหารของหน่วยงานตนเองหรือหน่วยงานอื่น
5. บรรณาธิการต้องไม่ปฏิเสธการอนุมัติให้มีการเผยแพร่ผลงานเนื่องจากความสงสัยหรือไม่แน่ใจในตัวผลงาน โดยต้องมีการหาหลักฐานที่ถูกต้องมายืนยันก่อนการพิจารณาดำเนินการ
6. บรรณาธิการต้องปฏิเสธการอนุมัติเผยแพร่ผลงานที่มีการเผยแพร่ในวารสารอื่นแล้ว หรือเป็นบทความที่ได้รับการนำเสนอในที่ประชุมที่มีรายงานการประชุมทางวิชาการฉบับเต็ม (Proceeding)


บทบาทและหน้าที่ของผู้ประเมินบทความ (Duties of Reviewers)
1. ผู้ประเมินต้องเสนอแนะหรือระบุผลงานวิจัยหรืองานสร้างสรรค์ที่สำคัญและสอดคล้องกับบทความที่กำลังพิจารณา ในกรณีที่ผู้เขียนบทความไม่ได้อ้างอิงเข้าไปในการประเมินบทความด้วย
2. ผู้ประเมินบทความต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้เขียนบทความ เช่นเป็นผู้ร่วมวิจัย มีความสัมพันธ์หรือรู้จักผู้เขียนบทความเป็นการส่วนตัว หรือเหตุผลอื่นที่ทำให้ไม่สามารถให้ข้อเสนอแนะได้อย่างอิสระ หากมีผลประโยชน์ทับซ้อน ผู้ประเมินควรแจ้งบรรณาธิการทราบและปฏเสธการประเมินบทความนั้น
3. ผู้ประเมินต้องรักษาความลับและไม่เปิดเผยข้อมูลบทความที่รับการประเมินแก่บุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง
4. ผู้ประเมินต้องแจ้งให้บรรณาธิการทราบหากพบว่าผลงานที่กำลังพิจารณาคุณภาพมีการซ้ำซ้อนกับผลงานของผู้อื่นเพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
5. ผู้ประเมินบทความความประเมินบทความในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องและมีความเชี่ยวชาญ โดยพิจารณาจากผลงานมีความชัดเจน ถูกต้องครบถ้วนและสมบูรณ์ เนื้อหามีความสอดคล้องกับนโยบายของวารสาร ตลอดจนมีหน้าที่พิจารณาคุณภาพของบทความให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลเพื่อการเผยแพร่ในวารสาร

 



Creative Commons License
This work is licensed under a Creative Commons Attribution 3.0 License.

ISSN: ISSN1905-9450