การพัฒนาความรู้เรื่องประโยคเพื่อการสื่อสารโดยการจัดการเรียนรู้ที่เป็นสากล สำหรับนักเรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
Keywords:
การจัดการเรียนรู้ที่เป็นสากล, ห้องการศึกษาพิเศษ, ประโยคเพื่อการสื่อสารAbstract
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความรู้เรื่องประโยคเพื่อการสื่อสารของนักเรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษในห้องการศึกษาพิเศษ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้การจัดการเรียนรู้ที่เป็นสากล กลุ่มเป้าหมายคือนักเรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษจำนวน 9 คน ประกอบด้วยนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา จำนวน 7 คน นักเรียนที่บกพร่องทางการเรียนรู้จำนวน 2 คน อายุ 11 – 12 ปี กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 ห้องการศึกษาพิเศษ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ที่เป็นสากล 4 แผน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลได้แก่ แบบประเมินพฤติกรรม และแบบทดสอบความรู้ก่อนและหลังเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยเปรียบเทียบคะแนนก่อนและหลังเรียน แสดงผลข้อมูลเป็นตารางคะแนนความก้าวหน้า ค่าร้อยละ และค่าเฉลี่ย ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนทั้ง 9 คนมีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนทุกคน โดยมีค่าคะแนนความก้าวหน้าอยู่ในช่วง +13 ถึง +14 คะแนน ค่าเฉลี่ยคะแนนก่อนเรียนเท่ากับ 9.22 คะแนน (36.89%) หลังเรียน 22.44 คะแนน (89.78%) และมีค่าคะแนนความก้าวหน้าเฉลี่ย 13.22 คะแนน (52.89%) แสดงให้เห็นว่านักเรียนทุกคนมีพัฒนาการด้านความรู้เรื่องประโยคเพื่อการสื่อสารสูงขึ้น หลังได้รับการจัดการเรียนรู้ที่เป็นสากล ที่ออกแบบให้เหมาะสมกับศักยภาพและลักษณะลีลาการเรียนรู้ของแต่ละบุคคล ซึ่งช่วยให้นักเรียนเข้าใจและสามารถใช้ประโยคเพื่อการสื่อสารได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมยิ่งขึ้นDownloads
References
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กระทรวงศึกษาธิการ.
เทิดศักดิ์ เป็ดทอง. (2562). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลักภาษาไทย เรื่องประโยคของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบ RM3S ตามแนวทฤษฎีการสร้างความรู้. วารสารสวนสุนันทามนุษยศาสตร์และวิจัย, 1(2), 1–12.
พิชิต ฤทธิ์จรูญ. (2549). การวิจัยและสถิติทางการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 3). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วสันต์ วรรณรัตน์ และคณะ. (2565). การจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยสำหรับนักเรียนที่มีความหลากหลายในชั้นเรียนระดับประถมศึกษาตามแนวการออกแบบการเรียนรู้ที่เป็นสากล. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 7(4), 298–313.
สมเกตุ อุทธโยธา. (2558). การเรียนรวมสำหรับนักเรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษในโรงเรียนปกติ. สำนักงานแพรวการพิมพ์.
Brookhart, S. M., & Nitko, A. J. (2014). Educational assessment of students (8th ed.). Pearson Education.
Bruckner, S., & Nunn, N. (2023). Universal design for learning: Meeting the needs of diverse learners. EDC. https://www.edc.org/blog/universal-design-learning-meeting-needs-diverse-learners
CAST. (2018). Universal Design for Learning Guidelines version 2.2. http://udlguidelines.cast.org
Fleming, N. D., & Mills, C. (1992). Not another inventory, rather a catalyst for reflection. To Improve the Academy, 11(1), 137–155. https://doi.org/10.1002/j.2334-4822.1992.tb00213.x
Hall, T. E., Meyer, A., & Rose, D. H. (2012). Universal design for learning in the classroom: Practical applications. Guilford Press.
Izzo, M. V. (2012). Universal design for learning: Enhancing achievement of students with disabilities. Procedia Computer Science, 14, 343–350. https://doi.org/10.1016/j.procs.2012.10.039
King-Sears, M. E., & Johnson, T. M. (2020). Universal Design for Learning chemistry instruction for students with and without learning disabilities. Remedial and Special Education, 41(2), 82–92.
Priyadharsini, V., & Sahaya Mary, R. (2024). Universal Design for Learning (UDL) in inclusive education: Accelerating learning for all. Shanlax International Journal of Arts, Science and Humanities, 11(4), 145–150. https://doi.org/10.34293/sijash.v11i4.7489
Rose, D. H., & Meyer, A. (2002). Teaching every student in the digital age: Universal design for learning. Association for Supervision and Curriculum Development.