การพัฒนาทักษะทางสังคมของเด็กออทิสติก ระดับปฐมวัย โดยใช้เทคนิคการฝึกการสื่อสารให้สอดคล้องกับสถานการณ์และบริบท
Keywords:
ออทิสติก, ทักษะทางสังคม, การฝึกการสื่อสารที่สอดคล้องกับสถานการณ์และบริบทAbstract
การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะทางสังคมของเด็กออทิสติกในระดับปฐมวัย โดยใช้แนวคิดการฝึกการสื่อสารให้สอดคล้องกับสถานการณ์และบริบท กลุ่มเป้าหมายในการวิจัย คือ เด็กชาย อายุ 5 ปี จำนวน 1 คน มีพัฒนาการด้านทักษะทางสังคมและทักษะการสื่อสารล่าช้า ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าเป็นภาวะออทิสติก และมีพัฒนาการด้านการสื่อสารอยู่ในระดับอายุ 2 ปี 11 เดือน เด็กมีข้อจำกัดในการเข้าใจอารมณ์และความรู้สึกของผู้อื่นมีความยากลำบากในการสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อน ไม่สามารถสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจได้ และมักแสดงพฤติกรรมที่เป็นปัญหา คือ การผลักเพื่อน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการสนับสนุนพฤติกรรมเชิงบวก จำนวน 4 แผน และแบบประเมินทักษะทางสังคม โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลดำเนินการผ่านการสังเกตพฤติกรรมของเด็กระหว่างการจัดกิจกรรมสอนทักษะทางสังคมและวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา ร้อยละ ความถี่ การแจกแจงความถี่ ผลการวิจัยพบว่า การฝึกการสื่อสารให้สอดคล้องกับสถานการณ์และบริบทสามารถพัฒนาทักษะทางสังคมของเด็กออทิสติกในระดับปฐมวัยได้สูงขึ้นDownloads
References
กรมสุขภาพจิต. (2567). ข้อมูลสถานการณ์เด็กออทิสติกในประเทศไทย. สืบค้นจาก https://dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=27771
กาญจนา พงษ์สุภา. (2560). การพัฒนาทักษะทางสังคมของเด็กปฐมวัย เรื่องการทำขนมไทย (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
จรีลักษณ์ รัตนาพันธ์. (2559). ทำอย่างไรเมื่อได้สอนเด็กพิเศษ. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย.
ชวนันท์ ชาญศิลป์. (2561). ออทิสซึ่มสเปคตรัม (Autism Spectrum Disorder). เชียงใหม่: ห้างหุ้นส่วนจำกัด เชียงใหม่โรงพิมพ์แสงศิลป์.
ทิศนา แขมมณี. (2550). รูปแบบการเรียนการสอนทางเลือกที่หลากหลาย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เบญจมาศ พระธานี. (2554). ออทิสซึม: การสอนพูดและการรักษาบำบัดแบบสหสาขาวิทยาการ. ขอนแก่น: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
สถาบันราชานุกูล. (2555). เด็กออทิสติก: คู่มือสำหรับพ่อแม่/ผู้ปกครอง. กรุงเทพฯ: บริษัท บียอนด์ พับลิสชิ่ง จำกัด.
สมพร หวานเสร็จ. (2552). การพัฒนาศักยภาพบุคคลออทิสติกโดยใช้สื่อสนับสนุนผ่านการมอง. กรุงเทพฯ: ห้างหุ้นส่วนจำกัด คลังนานาวิทยา.
อุมาพร จันทร์แย้ม, ดารณี อุทัยรัตนกิจ, & ภัทรพร แจ่มใส. (2566). การส่งเสริมการกำกับตนเองผ่านการสอนเรื่องราวทางสังคมแบบวิดีโอปฏิสัมพันธ์: กรณีศึกษาเด็กที่มีภาวะออทิสติกระดับปฐมวัย. วารสารนิสิตวัง, 25(2), 14–30.
Alakhzami, M., & Chitiyo, M. (2022). Using functional communication training to reduce self-injurious behavior for individuals with autism spectrum disorder. Journal of Autism and Developmental Disorders, 52(8), 3586–3597.https://doi.org/10.1007/s10803-021-05246-8
Bandura, A. (1977). Social learning theory. Englewood Cliffs, NJ: Prentice Hall.
Bangkok Biz News. (2024, January 10). เด็กออทิสติกเป็นอัจฉริยะ เข้าใจยอมรับอยู่ร่วมอย่างยั่งยืน. Bangkok Biz News. https://www.bangkokbiznews.com/health/well-being/1060989
Brookhart, S. M., & Nitko, A. J. (2014). Educational assessment of students (8th ed.). Pearson Education.
Carr, E. G., & Durand, V. M. (1985). Reducing behavior problems through functional communication training. Journal of Applied Behavior Analysis, 18(2), 111–126. https://doi.org/10.1901/jaba.1985.18-111
Franzone, E. (2009). Steps for implementation: Functional communication training. National Professional Development Center on Autism Spectrum Disorders. https://autismpdc.fpg.unc.edu/sites/autismpdc.fpg.unc.edu/files/FCT_Steps_0.pdf
Gray, C. (1998). Social stories and comic strip conversations: Unique methods to improve social understanding. Jenison, MI: The Gray Center for Social Learning and Understanding.
Mancil, G. R. (2006). Functional communication training: A review of the literature related to children with autism. Education and Training in Developmental Disabilities, 41(3), 213–224.
Rashid, T. (2010). Development of social skills among children at elementary level. Bulletin of Educational and Research, 32(1), 69–78. https://doi.org/10.24104/ber/2010.32.1.69-78
Skinner, B. F. (1953). Science and human behavior. New York, NY: Macmillan.
World Health Organization. (2019). International classification of diseases for mortality and morbidity statistics (11th ed.). https://icd.who.int