ผลของยาอะซิโธรมัยซินต่อการลดความจำเป็นในการรักษาศัลย์ปริทันต์
Abstract
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: เพื่อเปรียบเทียบจำนวนร่องลึกปริทันต์คงเหลือ 5 มิลลิเมตรขึ้นไปและจำนวนซี่ฟันที่ต้องได้รับการทำศัลย์ปริทันต์ภายหลังการรักษาระหว่างการขูดหินน้ำลายและเกลารากฟันในคราวเดียวร่วมกับการได้รับยาอะซิโธรมัยซินกับการขูดหินน้ำลายและเกลารากฟันในคราวเดียวแต่เพียงอย่างเดียว
วัสดุอุปกรณ์และวิธีการ: ผู้ป่วยโรคปริทันต์อักเสบเรื้อรังจำนวน 28 คน แบ่งเข้ากลุ่มทดลองและควบคุมจำนวน 14 คนต่อกลุ่ม ติดตามผลทางคลินิกที่ช่วงเริ่มต้น 3 และ 6 เดือน ดังนี้ ค่าความลึกร่อง ปริทันต์ ระดับยึดทางคลินิก ค่าการมีเลือดออกหลังการโพรบและดัชนีคราบจุลินทรีย์ทั้งปาก เพื่อประเมินจำนวนร่องลึกปริทันต์คงเหลือ 5 มม.ขึ้นไป และจำนวนซี่ฟันที่ต้องได้รับการทำศัลย์ปริทันต์
ผลการศึกษา: ไม่พบความแตกต่างของจำนวนร่องลึกปริทันต์คงเหลือ 5 มิลลิเมตรขึ้นไป และจำนวนซี่ฟันที่ต้องได้รับการทำศัลย์ปริทันต์ระหว่างกลุ่มทดลองและควบคุม แต่กลุ่มควบคุมมีความเสี่ยงต่อการรักษาด้วยวิธีศัลย์ปริทันต์ 1.4 เท่าของกลุ่มทดลอง
สรุป: แม้การขูดหินน้ำลายและเกลารากฟันในคราวเดียวร่วมกับการได้รับยาอะซิโธรมัยซิน ไม่อาจลดจำนวนร่องลึกปริทันต์คงเหลือ 5 มิลลิเมตรขึ้นไป และจำนวนซี่ฟันที่ต้องได้รับการทำศัลย์ปริทันต์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่ผลทางคลินิกพบแนวโน้มช่วยลดความเสี่ยงต่อการรักษาศัลย์ปริทันต์
คำสำคัญ: การขูดหินน้ำลายและเกลารากฟันในคราวเดียว โรคปริทันต์อักเสบเรื้อรัง อะซิโธรมัยซิน
Downloads
Downloads
Issue
Section
License
เจ้าของบทความต้องมอบลิขสิทธิ์ในการตีพิมพ์แก่วิทยาสาร โดยเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรแนบมาพร้อมบทความที่ส่งมาตีพิมพ์ ตามแบบฟอร์ม "The cover letter format" รวมทั้งต้องมีลายมือชื่อของผู้เขียนทุกท่านรับรองว่าบทความดังกล่าวส่งมาตีพิมพ์ที่วิทยาสารนี้แห่งเดียวเท่านั้น