การศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพของน้ำยาบ้วนปาก 2 ชนิดในการเก็บสิ่งส่งตรวจเพื่อวิเคราะห์เชื้อเอชพีวีจากช่องปากและลำคอในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชพีวี

Authors

  • สรสัณห์ รังสิยานนท์ ภาควิชาศัลยศาสตร์และเวชศาสตร์ช่องปาก คณะทันต แพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สุขุมวิท 23 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
  • เปี่ยมกมล วัชโรทยางกูร ภาควิชาศัลยศาสตร์และเวชศาสตร์ช่องปาก คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สุขุมวิท 23 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
  • ทิพวัลย์ ปันคำ ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย ถนนราชดำริ, แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร, 10330
  • นิตยา ภานุภาค ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย ถนนราชดำริ, แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร, 10330

Abstract

เชื้อฮิวแมน แพปพิลโลมาไวรัส (เอชพีวี) จัดเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญอันหนึ่งในการก่อโรคมะเร็งที่บริเวณช่องปากและลำคอ ในยุคที่มีการใช้ยาต้านเชื้อรีโทรไวรัสชนิดประสิทธิภาพสูง พบว่าในผู้ป่วยที่ติดเชื้อ ฮิวแมน อิมมูโนดิฟิเชียนซี ไวรัส (เอชไอวี) มีโอกาสเสี่ยงที่จะพบเชื้อเอชพีวีได้มากขึ้น แต่ความชุกและปัจจัยเสี่ยงของการพบเชื้อเอชพีวีในช่องปากในกลุ่มผู้ป่วยที่ติดเชื้อและไม่ติดเชื้อเอชไอวี ยังไม่มีการพิสูจน์อย่างชัดเจน 
วัตถุประสงค์ เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของน้ำยาบ้วนปาก 2 ชนิดในการเก็บสิ่งส่งตรวจและวิเคราะห์ชนิดของเชื้อเอชพีวีจากช่องปากและลำคอของผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชพีวี 
วิธีการศึกษา ทำการศึกษาที่คลีนิคนิรนาม สภากาชาดไทย ช่วงระหว่างปี พ.ศ.2553-2554 โดยกลุ่มศึกษาเป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวีที่ได้รับยาต้านไวรัสเอชไอวีและยินยอมเข้าร่วมการวิจัย จำนวน 20 คน โดยแบ่งกลุ่มการทดลองออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 10 คนเท่าๆกัน ให้ผู้ป่วยกลุ่มละ 10 คน กลั้วช่องปากและลำคอ ด้วยน้ำยาบ้วนปากอย่างใดอย่างหนึ่งจากน้ำยาบ้วนปาก 2 ชนิด ได้แก่  น้ำยายี่ห้อสโคป ซึ่งเป็นสินค้านำเข้าไม่มีจำหน่ายในประเทศไทย และน้ำยาบ้วนปากคอลเกต    โททอล พลัคซ์ ซึ่งมีจำหน่ายในประเทศไทย จากนั้นนำสิ่งส่งตรวจไปวิเคราะห์หาความชุกของเชื้อเอชพีวีด้วยกระบวนการพีซีอาร์ แล้วนำไปจำแนกชนิดของเชื้อเอชพีวีจำนวน 37 สายพันธุ์ ด้วยการใช้ลิเนียร์อะเรย์ เอชพีวี จีโนไทปิ้งเทสท์ ของบริษัท โรช โมเลกุลาร์ ซิสเท็มส์ 
ผลการศึกษา จากผู้ป่วยจำนวน 20 คน เป็นผู้ป่วยเพศชาย 12 คนและหญิง 8 คนช่วงอายุ19-48 ปี (อายุเฉลี่ยเท่ากับ 36 ปี) พบว่าในกลุ่มที่ใช้น้ำยาบ้วนปากสโคป 10 คน มี 2 คนที่สามารถตรวจพบเชื้อไวรัสเอชพีวีคิดเป็นร้อยละ 20 โดยสามารถนำไปวิเคราะห์จำแนกชนิดเชื้อได้เป็นเชื้อเอชพีวีชนิด 16 และ 69 ตามลำดับ ส่วนในกลุ่มที่ใช้น้ำยาบ้วนปากคอลเกต โททอล พลัคซ์ สามารถตรวจพบเชื้อเอชพีวีได้ 2 คน คิดเป็นร้อยละ 20 เช่นกัน แต่ไม่สามารถจำแนกชนิดของไวรัสเอชพีวีได้  ซึ่งต่อมาได้ทำการทดลองเก็บตัวอย่างซ้ำในกลุ่มผู้ป่วยที่ในครั้งแรกใช้น้ำยาบ้วนปากคอลเกต โททอล พลัคซ์โดยในครั้งที่สองใช้น้ำยาบ้วนปาก สโคป แทน พบว่าสามารถตรวจพบเชื้อเอชพีวีได้ 2 คนเหมือนเดิม และสามารถวิเคราะห์แยกชนิดเชื้อได้เป็นเชื้อเอชพีวีชนิด 45 และ 55 ตามลำดับ 
สรุปผลการวิจัย น้ำยาบ้วนปากสโคปมีประสิทธิภาพในการเก็บสิ่งส่งตรวจจากบริเวณช่องปากและลำคอเพื่อการนำไปวิเคราะห์ชนิดของเชื้อเอชพีวีได้ดีกว่านำยาบ้วนปากคอลเกต โททอลพลัคซ์

คำสำคัญ : น้ำยาบ้วนปาก เชื้อเอชพีวี ชนิดของเชื้อเอชพีวี

Downloads

Download data is not yet available.

Author Biographies

  • สรสัณห์ รังสิยานนท์, ภาควิชาศัลยศาสตร์และเวชศาสตร์ช่องปาก คณะทันต แพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สุขุมวิท 23 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

    รองศาสตราจารย์

  • เปี่ยมกมล วัชโรทยางกูร, ภาควิชาศัลยศาสตร์และเวชศาสตร์ช่องปาก คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สุขุมวิท 23 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
    อาจารย์
  • ทิพวัลย์ ปันคำ, ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย ถนนราชดำริ, แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร, 10330

    นักเทคนิคการแพทย์

  • นิตยา ภานุภาค, ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย ถนนราชดำริ, แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร, 10330
    แพทย์

Downloads

Issue

Section

บทวิทยาการ (Original articles)

How to Cite

1.
การศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพของน้ำยาบ้วนปาก 2 ชนิดในการเก็บสิ่งส่งตรวจเพื่อวิเคราะห์เชื้อเอชพีวีจากช่องปากและลำคอในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชพีวี. SWU Dent J. [Internet]. 2014 Sep. 19 [cited 2026 Oct. 23];6(1):42-51. Available from: https://ejournals.swu.ac.th/swudentj/article/view/4562