ผลของวิธีการบ่มตัวต่อค่าปริมาณการเกิดพอลิเมอร์ของเรซินซีเมนต์ชนิดบ่มตัวร่วมสองชนิด

Authors

  • คงวุฒิ เหลืองเรืองรอง คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เลขที่ 114 สุขุมวิท 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
  • ชิษณุ เลิศถวิลจิร ภาควิชาทันตกรรมอนุรักษ์และทันตกรรมประดิษฐ์ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เลขที่ 114 สุขุมวิท 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
  • ศิริจันทร์ เจียรพุฒิ ภาควิชาทันตกรรมอนุรักษ์และทันตกรรมประดิษฐ์ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เลขที่ 114 สุขุมวิท 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

Abstract

จุดประสงค์: เพื่อทราบถึงผลของวิธีการบ่มตัวและชนิดของเรซินซีเมนต์ระหว่างเรซินซีเมนต์ที่ใช้ร่วมกับสารยึดติดชนิดเซลฟ์เอตช์และเรซินซีเมนต์ชนิดเซลฟ์แอดฮีซีฟต่อค่าปริมาณการเกิดพอลิเมอร์วัสดุอุปกรณ์และวิธีการ: ทดลองโดยใช้กลุ่มตัวอย่างเรซินซีเมนต์ชนิดบ่มตัวร่วมสองชนิด 60 ชิ้น แบ่งเป็นซีเมนต์พานาเวียวีไฟว์และซีเมนต์รีไลย์เอกซ์ยูสองร้อยชนิดละ 30 ชิ้นและแบ่งกลุ่มออกเป็น 3 กลุ่มย่อยตามวิธีการบ่มตัวของเรซินซีเมนต์ทั้งสองชนิดได้แก่ กลุ่มที่ใช้วิธีการบ่มตัวด้วยตัวเองเป็นเวลา 10 นาที กลุ่มที่ใช้วิธีการบ่มตัวด้วยตัวเองเป็นเวลา 24 ชั่วโมงและกลุ่มที่ใช้วิธีการบ่มตัวด้วยแสง (n = 10) ผสมเรซินซีเมนต์แต่ละกลุ่มตามคำแนะนำของบริษัทผู้ผลิตและนำมาหาค่าร้อยละปริมาณการเกิดพอลิเมอร์ด้วยเครื่องฟูเรียร์ทรานส์ฟอร์มรามานสเปกโตรสโคป นำผลที่ได้มาวิเคราะห์ความแปรปรวนสองทางและใช้วิธีการเปรียบเทียบพหุคูณแบบแอลเอสดีโดยกำหนดระดับความเชื่อมั่นไว้ที่ร้อยละ 95 (p = 0.05)
ผลการทดลอง: กลุ่มที่มีค่าเฉลี่ยร้อยละปริมาณการเกิดพอลิเมอร์น้อยที่สุดคือรีไลย์เอกซ์ยูสองร้อยในกลุ่มที่ใช้วิธีการบ่มตัวด้วยตัวเองเป็นเวลา 10 นาทีคือร้อยละ 32.82 และน้อยกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละปริมาณการเกิดพอลิเมอร์ที่ได้ในวิธีการบ่มตัวเดียวกันของซีเมนต์พานาเวียวีไฟว์คือร้อยละ 57.76 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95 (p < 0.05) และในกลุ่มที่ใช้วิธีการบ่มตัวด้วยตัวเองเป็นเวลา 24 ชั่วโมง มีค่าเฉลี่ยของกลุ่มซีเมนต์รีไลย์เอกซ์ยูสองร้อยคือร้อยละ 58.38 น้อยกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มซีเมนต์พานาเวียวีไฟว์ที่ได้ร้อยละ76.47 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95 (p < 0.05) แต่ไม่มีความแตกต่างระหว่างเรซินซีเมนต์สองชนิดภายในกลุ่มที่ใช้วิธีการบ่มตัวด้วยแสงที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95 (p > 0.05) แนวโน้มของค่าเฉลี่ยร้อยละค่าปริมาณการเกิดพอลิเมอร์ของซีเมนต์พานาเวียวีไฟว์มีมากกว่าซีเมนต์รีไลย์เอกซ์ยูสองร้อยเมื่อใช้วิธีการบ่มตัวด้วยตัวเองแต่ไม่มีความแตกต่างกันกรณีที่ใช้วิธีบ่มตัวด้วยแสง
สรุปผล: วีธีการบ่มตัวและชนิดของเรซินซีเมนต์มีผลต่อค่าปริมาณการเกิดพอลิเมอร์ของเรซินซีเมนต์ชนิดบ่มตัวร่วมสองชนิด

คำสำคัญ: เรซินซีเมนต์ บ่มตัวร่วม วิธีการบ่มตัว ชนิดของเรซินซีเมนต์ ค่าปริมาณการเกิดพอลิเมอร์

 

Influence of Curing Modes on Degree of Conversion of TwoDual-cure Resin Cements

Abstract
Objective: The purpose of this study was to evaluate how curing modes and resin cement type: self-etch adhesive resin cement and self-adhesive resin cement, affected the degree of conversion of two dual-cure resin cements.
Materials and methods: Sixty specimens were divided into two major groups according to their different types of dual-cure resin cement (Panavia™V5 and RelyX™U200). Each major group had thirty specimens and was divided into three different curing modes (n = 10): ten minutes after self-curing, twenty-four hours after self-curing and light-curing. Resin cements were mixed according to their manufacturer’s recommendations. The degree of conversion was measured by Fourier-Transform Raman spectroscopy. Data were statistically analyzed by two-way ANOVA and post hoc LSD test (p = 0.05).
Results: The degree of conversion of the ten minutes after self-curing group of RelyX™U200 was found to have the lowest value (32.82%), which was significantly different (p < 0.05) from Panavia™V5 (57.76%) in the same curing mode. The degree of conversion of RelyX™U200 (58.38%) was significantly lower than Panavia™V5 (76.47%) on the twenty-four hours after self-curing group (p < 0.05). However, there was no significant difference between two cements in the light-curing group (p > 0.05). Thus, the degree of conversion of Panavia™V5 tended to be higher than RelyX™U200 on self-curing mode, but there was no difference on light-curing mode.
Conclusion: The curing mode and cement type affected the degree of conversion of two dual-cure resin cements.

Keywords: Resin cements, Dual-cured, Curing modes, Resin cements type, Degree of conversion


ว.ทันต.มศว ปีที่ 13 ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2563 หน้า 29-43.
SWU Dent J. 2020;13(1):29-43.

Downloads

Download data is not yet available.

Author Biographies

  • คงวุฒิ เหลืองเรืองรอง, คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เลขที่ 114 สุขุมวิท 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
    นิสิตหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาทันตกรรมคลินิก (ทันตกรรมบูรณะ)
  • ชิษณุ เลิศถวิลจิร, ภาควิชาทันตกรรมอนุรักษ์และทันตกรรมประดิษฐ์ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เลขที่ 114 สุขุมวิท 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
    อาจารย์ ทันตแพทย์
  • ศิริจันทร์ เจียรพุฒิ, ภาควิชาทันตกรรมอนุรักษ์และทันตกรรมประดิษฐ์ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เลขที่ 114 สุขุมวิท 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทันตแพทย์หญิง

Downloads

Published

2020-06-26

Issue

Section

บทวิทยาการ (Original articles)

How to Cite

1.
ผลของวิธีการบ่มตัวต่อค่าปริมาณการเกิดพอลิเมอร์ของเรซินซีเมนต์ชนิดบ่มตัวร่วมสองชนิด. SWU Dent J. [Internet]. 2020 Jun. 26 [cited 2026 Oct. 23];13(1):29-43. Available from: https://ejournals.swu.ac.th/swudentj/article/view/12662