ผลการเกลารากฟันซ้ำด้วยเครื่องขูดพีโซอิเล็คทริก อัลตราโซนิกในรอยโรคที่หลงเหลือหลังจากการรักษาระยะที่ 1

Authors

  • ดลหทัย อุมะนันทน์ แผนกทันตกรรม โรงพยาบาลบ่อทอง จังหวัดชลบุรี
  • ชื่นชีวิต ทองศิริ ภาควิชาทันตกรรมอนุรักษ์และทันตกรรมประดิษฐ์ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สุขุมวิท 23 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
  • จามรี เสมา ภาควิชาทันตกรรมอนุรักษ์และทันตกรรมประดิษฐ์ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สุขุมวิท 23 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
  • ณรงค์ศักดิ์ เหล่าศรีสิน ภาควิชาทันตกรรมอนุรักษ์และทันตกรรมประดิษฐ์ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สุขุมวิท 23 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

Abstract

บทคัดย่อ

ภายหลังเมื่อทำการเกลารากฟันเพื่อรักษาผู้ป่วยโรคปริทันต์อักเสบในขั้นตอนการรักษาระยะที่ 1 ของการรักษาโรคปริทันต์เสร็จสิ้นแล้ว มักพบเสมอว่าจะยังคงมีร่องลึกปริทันต์ปรากฎหลงเหลืออยู่ จึงทำให้ต้องมีการเกลารากฟันซ้ำหรือเลือกทำศัลยปริทันต์เป็นขั้นตอนต่อไป อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา ได้เคยมีการศึกษาถึงผลดีของการใช้เครื่องขูดพีโซอิเล็คทริก อัลตร้าโซนิก แทนการเกลารากฟันด้วยคิวเรตต์มาแล้วในขั้นตอนของการรักษาขั้นต้นนั้นด้วย การวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงสภาวะปริทันต์และปริมาณเชื้อพอร์ไฟโรโมแนส จิงจิวาลิส เมื่อทำการเกลารากฟันซ้ำด้วยเครื่องขูดพีโซอิเล็คทริก อัลตร้าโซนิกเปรียบเทียบกับการใช้คิวเรตต์ ทำการคัดเลือกฟันที่มีร่องลึกปริทันต์ หลงเหลืออยู่ตั้งแต่ 4 มิลลิเมตรขึ้นไป จำนวน 35 คู่จากอาสาสมัคร 19 คน ที่ได้รับการรักษาขั้นต้นแล้ว จากคลินิกคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โดยเป็นฟันประเภทเดียวกันแต่อยู่คนละด้านของขากรรไกร ทำการเกลารากฟันซ้ำด้วยเครื่องขูดพีโซอิเล็คทริก อัลตร้าโซนิกในฟันกลุ่มทดลอง และด้วยคิวเรตต์ในฟันกลุ่มควบคุมโดยวิธีเลือกแบบสุ่ม ทำการวัดค่าทางคลินิกได้แก่ ความลึกของร่องลึกปริทันต์ ระดับการยึดเกาะอวัยวะปริทันต์ ระดับเหงือกร่น และดัชนีการมีเลือดออกของเหงือก ร่วมกับการเก็บเชื้อเพื่อตรวจหาปริมาณเชื้อพอร์ไฟโรโมแนส จิงจิวาลิสโดยวิธีควอนทิเททีฟ เรียลไทม์ พีซีอาร์ ณ เวลาก่อนการรักษาและหลังการรักษา 6 และ 12 สัปดาห์ ผลการศึกษาทางคลินิกพบมีการลดลงของร่องลึกปริทันต์ และเพิ่มขึ้นของระดับการยึดเกาะของอวัยวะปริทันต์ อย่างมีนัยสำคัญางสถิติ ในทั้งสองกลุ่มการรักษา ภายหลังสัปดาห์ที่ 6  และ 12 แต่ไม่พบความแตกต่างระหว่างกลุ่ม นอกจากนี้ พบมีจำนวนผู้ป่วยและจำนวนตำแหน่งฟันที่ตรวจไม่พบเชื้อพอร์ไฟโรโมแนส จิงจิวาลิสเพิ่มขึ้น รวมถึงมีการลดลงของปริมาณเชื้อพอร์ไฟโรโมแนส จิงจิวาลิส ในตำแหน่งที่ตรวจพบด้วยในทั้งสองกลุ่มการรักษา แต่ไม่พบความแตกต่างระหว่างกลุ่ม จึงสรุปได้ว่า การใช้ครื่องขูดพีโซอิเล็กทริก อัลตราโซนิกในการขูดร่องลึกปริทันต์ซ้ำในผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาขั้นต้นแล้ว เป็นอีกทางเลือกที่สามารถให้ผลการรักษาที่ดีไม่แตกต่างจากการใช้คิวเรตต์

คำสำคัญ: การเกลารากฟัน  เชื้อพอร์ไฟโรโมแนสจิงจิวาลิส  ปฏิกิริยาเรียลไทม์พีซีอาร์  การรักษาโรคปริทันต์ระยะประคับประคอง  เครื่องขูดหินน้ำลายพีโซอิเล็กทริกอัลตราโซนิก

Downloads

Download data is not yet available.

Author Biographies

  • ดลหทัย อุมะนันทน์, แผนกทันตกรรม โรงพยาบาลบ่อทอง จังหวัดชลบุรี
    ทันตแพทย์
  • ชื่นชีวิต ทองศิริ, ภาควิชาทันตกรรมอนุรักษ์และทันตกรรมประดิษฐ์ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สุขุมวิท 23 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
    อาจารย์
  • จามรี เสมา, ภาควิชาทันตกรรมอนุรักษ์และทันตกรรมประดิษฐ์ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สุขุมวิท 23 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
    อาจารย์
  • ณรงค์ศักดิ์ เหล่าศรีสิน, ภาควิชาทันตกรรมอนุรักษ์และทันตกรรมประดิษฐ์ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สุขุมวิท 23 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
    รองศาสตราจารย์

Downloads

Issue

Section

บทวิทยาการ (Original articles)

How to Cite

1.
ผลการเกลารากฟันซ้ำด้วยเครื่องขูดพีโซอิเล็คทริก อัลตราโซนิกในรอยโรคที่หลงเหลือหลังจากการรักษาระยะที่ 1. SWU Dent J. [Internet]. 2015 Mar. 27 [cited 2026 Oct. 23];6(2):65-77. Available from: https://ejournals.swu.ac.th/swudentj/article/view/4475