กิจกรรมการเรียนการสอนที่ใช้สื่อ เรื่องพื้นที่ผิวและปริมาตรของทรงกลมสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 An Activity by Using Instructional Media on Surface Area and Volume of Sphere for Mathayomsuksa III Students

Authors

  • วรัญญา คำตรง Mathematics Master Student, Department of Mathematics, Faculty of Science, Srinakharinwirot University.
  • สายัณห์ โสธะโร
  • ชุติวรรณ เพ็ญเพียร
  • ธนูชัย ภูอุดม

Keywords:

กิจกรรมการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ที่ใช้สื่อ พื้นที่ผิวและปริมาตรทรงกลม Mathematics activity by using instructional media, surface area and volume of sphere.

Abstract

การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องพื้นที่ผิวและปริมาตรทรงกลม โดยใช้กิจกรรมการเรียนการสอนที่ใช้สื่อ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องพื้นที่ผิวและปริมาตรทรงกลม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากการเรียนด้วยกิจกรรมการเรียนการสอนที่ใช้สื่อที่มีรูปแบบแตกต่างกัน กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนพนมสารคาม “พนมอดุลวิทยา” อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 ซึ่งได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง 3 ห้องเรียน จำนวน 141 คน จากจำนวนห้องเรียนทั้งหมด 13 ห้องเรียน ผู้วิจัยทำการสอนนักเรียนกลุ่มตัวอย่างด้วยกิจกรรมการเรียนการสอนที่ใช้สื่อ เรื่องพื้นที่ผิวและปริมาตรทรงกลม ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น โดยใช้เวลาสอนกลุ่มตัวอย่าง กลุ่มละ 5 ชั่วโมง เมื่อสิ้นสุดการสอนแล้วให้นักเรียนกลุ่มตัวอย่างทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องพื้นที่ผิวและปริมาตรทรงกลม ผู้วิจัยทำการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จากคะแนนใบกิจกรรมซึ่งมีน้ำหนักคะแนนคิดเป็นร้อยละ 40 ของคะแนนทั้งหมด และการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์มีน้ำหนักคิดเป็นร้อยละ 60 ของคะแนนทั้งหมด ในการผ่านเกณฑ์นั้นนักเรียนต้องได้คะแนนตั้งแต่ร้อยละ 65 ขึ้นไป ซึ่งทดสอบสมมติฐานนักเรียนที่เรียนด้วยกิจกรรมการเรียนการสอนที่ใช้สื่อสามารถสอบผ่านเกณฑ์ได้ตั้งแต่ร้อยละ 70 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดโดยใช้สถิติทดสอบ Z (Z-test for Population Proportion) และใช้การทดสอบ ANOVA ในการเปรียบเทียบผลการเรียนรู้ ผลการวิจัยพบว่า 1.  นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนเรื่องพื้นที่ผิวและปริมาตรทรงกลม โดยใช้กิจกรรมการเรียนการสอนที่ใช้สื่อ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์ที่กำหนด มีจำนวนตั้งแต่ร้อยละ 70 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด ที่ระดับนัยสำคัญ .05 2.  นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียน โดยใช้กิจกรรมการเรียนการสอนที่ใช้สื่อ เรื่องพื้นที่ผิวและปริมาตรทรงกลม ที่มีรูปแบบแตกต่างกัน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอย่างน้อยสองกลุ่มตัวอย่างมีคะแนนเฉลี่ยแตกต่างกันที่ระดับนัยสำคัญ .05 คือคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 กับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 และ 3/4 แตกต่างกันที่ระดับนัยสำคัญ .05 และคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 กับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/4 ไม่แตกต่างกันที่ระดับนัยสำคัญ .05 สรุปได้ว่า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีความสามารถในการเรียนเรื่องพื้นที่ผิวและปริมาตรทรงกลม โดยใช้กิจกรรมการเรียนการสอนที่ใช้สื่อThe purposes of this study were (1) to determine the effectiveness of such activity by using instructional media in terms of students’ achievement, and (2) to compare the effectiveness of such activity by using different learning aid in terms of students’ achievement. The study was conducted during the first semester of the 2013 academic year with Mathyomsuksa IlI students at Phanomsarakam “Phanom Adun Witthaya” School in Chachoengsao Province. Three experiment groups with 141 students were using purposive sampling approach and three different instructional activities for 3 groups were designed to teach “An Activity by Using Instructional Media on Surface Area and Volume of Sphere for Mathayomsuksa IIl Students” by researcher. The researcher spent 5 hours per group on teaching. At the end of the activities, an achievement test was given to measure their performance of using instructional media on surface area and volume of sphere. To pass the instructional activity, students must obtain at least 65% of the total scores, that measure from lesson activities and achievement test. The researcher hypothesized that more than 70% of the experimental groups can pass the instructional activity and then compared the effectiveness of three groups. Z-test was used to test hypotheses for population proportion. Anova was used to compared the effectiveness of three groups. The results (1) The students’ achievement of 3 groups showed that more than 70% of the experimental groups pass the instruction at .05 level of significant. (2) The students’ achievement of Mathyomsuksa IlI class 1 is different from class 2 and 4 at .05 level of significant. The students’ achievement of class 2 is the same as class 4. This indicated that Matthayomsuksa IIl students profit from the instructional activity designed by the researcher.

Downloads

Download data is not yet available.

Downloads

Published

2014-12-24