วารสารบริหารธุรกิจศรีนครินทรวิโรฒ https://ejournals.swu.ac.th/index.php/MBASBJ <p><strong>วารสารบริหารธุรกิจศรีนครินทรวิโรฒ </strong>เป็นวารสารทางวิชาการ จัดทำโดยศูนย์การจัดการหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา คณะบริหารธุรกิจเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โดยจัดทำเป็นวารสารราย 6 เดือน (ปีละ 2 ฉบับ)</p> <p><strong>วัตถุประสงค์ </strong></p> <ol> <li>เพื่อเผยแพร่ผลงานทางวิชาการหรือวิจัยในสาขาวิชาบริหารธุรกิจ ได้แก่ การตลาด การจัดการ การเงิน การบัญชี ธุรกิจระหว่างประเทศ การท่องเที่ยว และการโรงแรม และสาขาเศรษฐศาสตร์</li> <li>เพื่อให้บริการทางวิชาการในสาขาบริหารธุรกิจ ได้แก่ การตลาด การจัดการ การเงิน การบัญชี ธุรกิจระหว่างประเทศ การท่องเที่ยวและการโรงแรม และสาขาเศรษฐศาสตร์</li> <li>เพื่อสร้างเครือข่ายและพัฒนาองค์ความรู้ในสาขาวิชาบริหารธุรกิจ ได้แก่ การตลาด การจัดการ การเงิน การบัญชี ธุรกิจระหว่างประเทศ การท่องเที่ยว และการโรงแรม และสาขาเศรษฐศาสตร์</li> </ol> <p><strong>ประเภทผลงานที่รับพิจารณาตีพิมพ์ (</strong>ภาษาไทย/ ภาษาอังกฤษ)</p> <ol> <li>บทความวิจัย (Research article)</li> <li>บทความปริทัศน์ (Article review)</li> <li>บทวิจารณ์หนังสือ (Book review)</li> <li>บทวิจารณ์วิชาการ (Critique/ Discussion paper)</li> <li>กรณีศึกษา (Case study)</li> </ol> en-US <p>วารสารบริหารธุรกิจศรีนครินทรวิโรฒ ยินดีรับบทความจากงานวิจัย บทความทางวิชาการ และบทวิจารณ์หนังสือทางบริหารธุรกิจ เพื่อตีพิมพ์เผยแพร่ ซึ่งทัศนะและข้อคิดเห็นใดๆ ในวารสารฯ ถือเป็นความเห็นและความรับผิดชอบโดยตรงของผู้เขียน มิใช่เป็นความเห็นและความรับผิดชอบใดๆ ของโครงการพิเศษบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต ภาควิชาบริหารธุรกิจ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ผู้ประสงค์จะนำบทความหรือบทวิจารณ์ใดๆ ไปเผยแพร่ จะต้องได้รับการอนุญาตจากวารสารเป็นลายลักษณ์อักษร</p> mbasbj@gmail.com (รศ.สุพาดา สิริกุตตา: Assoc. Prof. Supada Sirikutta) mbasbj@gmail.com (Supawadee) Wed, 29 Jun 2022 00:00:00 +0000 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 การประเมินความเป็นไปได้ด้านการเงิน ของโครงการ https://ejournals.swu.ac.th/index.php/MBASBJ/article/view/14501 <p>การตัดสินใจลงทุนในโครงการต่างๆ ขององค์กร หากจะทำอย่างเป็นระบบ มีหลักการรองรับจำเป็นต้องพิจารณาหลายแง่มุม บูรณาการความรู้หลายสาขาวิชา มีความเป็นศาสตร์และศิลป์อยู่ในตัวเอง ซึ่งความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ หรือความเป็นไปได้ด้านการเงินถือเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของการประเมินความเป็นไปได้ของโครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากโครงการดังกล่าวเป็นโครงการของภาคเอกชน ที่ความสามารถในการทำกำไรหรือความสามารถในการสร้างมูลค่าเพิ่มถูกใช้เป็นดัชนีชี้วัดว่าจะดำเนินโครงการต่อไปหรือไม่ เนื่องจากกำไรเชื่อมโยงกับความสำเร็จ และความอยู่รอดของธุรกิจ ทั้งนี้ การประเมินความเป็นไปได้ด้านการเงินของโครงการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมข้อมูลตั้งต้น การคำนวณดัชนีต่างๆ และการตีความดัชนีเหล่านั้น ซึ่งต้องอาศัยความรู้ที่ซับซ้อน เพราะฉะนั้น หนังสือที่รวบรวมความรู้เกี่ยวกับการประเมินความเป็นไปได้ด้านการเงินของโครงการจึงเป็นที่ต้องการเสมอมา อย่างไรก็ตาม ความรู้เหล่านี้กลับถูกวางไว้เป็นส่วนย่อยของหนังสือการจัดการการเงิน จึงทำให้มีข้อจำกัด ไม่สามารถเรียบเรียงให้เหมาะแก่การนำไปปฏิบัติได้อย่างสมบูรณ์ ในอดีตผู้สนใจจึงจำเป็นต้องอ้างอิงจากหนังสือภาษาต่างประเทศเป็นหลัก ด้วยเหตุนี้ การประเมินความเป็นไปได้ด้านการเงินของโครงการ โดย รศ.ดร.รวี ลงกานี ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2563 จึงเป็นหนังสือด้านการประเมินความเป็นไปได้ของโครงการเล่มแรกๆ ของไทย หนังสือเล่มนี้จึงมีความสำคัญ และได้รับความสนใจ ทั้งจากนักวิชาการ และนักวิเคราะห์โครงการ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือภาคเอกชน</p> Phasin Wanidwaranan Copyright (c) https://ejournals.swu.ac.th/index.php/MBASBJ/article/view/14501 Wed, 29 Jun 2022 00:00:00 +0000 แนวทางการพัฒนาศักยภาพของกลุ่มปลูกและแปรรูปมะคาเดเมียน้ำหนาวสู่วิสาหกิจเพื่อสังคมในจังหวัดเพชรบูรณ์ https://ejournals.swu.ac.th/index.php/MBASBJ/article/view/14488 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาศักยภาพบริหารองค์การ การจัดการความรู้ และแนวทางการพัฒนาของกลุ่มสมาชิกปลูกและแปรรูปมะคาเดเมียน้ำหนาวสู่วิสาหกิจเพื่อสังคม จังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้วิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยประยุกต์การวิจัยและพัฒนาในการติดตามผล การศึกษาวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจงใช้เกณฑ์เป็นผู้มีส่วนร่วมในความเกี่ยวข้องเป็นเกษตรกรกลุ่มปลูกและแปรรูปมะคาเดเมียน้ำหนาวในระยะเวลาการปลูกและแปรรูปของกลุ่มและดำเนินงานวิจัยตามขั้นตอนวิจัย กลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลัก ประกอบด้วย ผู้ประกอบการและครอบครัว จำนวน 4 ราย เกษตรกรสมาชิก จำนวน 7 ราย และเกษตรกรลูกจ้างรายวัน จำนวน 10 ราย รวมทั้งสิ้น 21 คน เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลในการศึกษา คือ แบบสัมภาษณ์เชิงลึกแบบกึ่งโครงสร้าง</p> <p>ผลการศึกษาวิจัย พบว่า 1) บริบทของเกษตรกรกลุ่มปลูกและแปรรูปมะคาเดเมียน้ำหนาว (1.1) ขั้นเตรียมการวิเคราะห์ด้านการบริหารจัดการกลุ่มการปลูกและแปรรูปผู้ประกอบการและกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่มีความสนใจและมีแรงบันดาลใจในการพัฒนาและการอนุรักษ์พื้นที่ (1.2) ขั้นพัฒนาระบบวิเคราะห์ด้านการจัดการความรู้ของเกษตรกรได้นำแรงบันดาลใจของผู้ประกอบการ เช่น มีความจริงใจ มีรักสามัคคีและคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม ยึดถือความเสียสละและจิตสาธารณะ มีข้อตกลงในการอยู่ร่วมกันอย่างมีสันติ มีการเรียนรู้พัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างต่อเนื่อง การปรับตัวให้รู้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงตามการพัฒนาเพื่อสร้างรายได้ โดยไม่ปฏิเสธที่เป็นประโยชน์กับชุมชน 2) วิเคราะห์ศักยภาพด้านการพัฒนาเตรียมศูนย์การเรียนรู้สู่วิสาหกิจเพื่อสังคมที่สนใจ และ 3) แนวทางพัฒนาศักยภาพของกลุ่มปลูกและแปรรูปมะคาเดเมียน้ำหนาวเริ่มสู่การดำเนินการรูปแบบวิสาหกิจเพื่อสังคมให้เป็นวาระสำคัญ คือ (3.1) เพื่อเสริมสร้างความรู้ ทักษะ และเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการ (3.2) พัฒนาและสร้างความเชื่อมั่นให้คนในชุมชน ประชากรในพื้นที่มีความเข้มแข็งและสร้างความร่วมมือ เป็นฐานพลังในการขับเคลื่อนกิจกรรม (3.3) เพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบการประสานงานหน่วยงานที่มีบทบาทในการสนับสนุนให้เกิดพัฒนาการของกลุ่มสู่วิสาหกิจเพื่อสังคม<strong></strong></p> Suriya Butrapun, Chomphunut Taehaeng Copyright (c) https://ejournals.swu.ac.th/index.php/MBASBJ/article/view/14488 Wed, 29 Jun 2022 00:00:00 +0000 ปัจจัยธุรกิจ คุณลักษณะของผู้ประกอบการ และการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ที่นำไปสู่ความสำเร็จของธุรกิจเบเกอรี่บนออนไลน์ https://ejournals.swu.ac.th/index.php/MBASBJ/article/view/13976 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยธุรกิจ คุณลักษณะของผู้ประกอบการและการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันที่นำไปสู่ความสำเร็จของธุรกิจเบเกอรี่บนออนไลน์ ใช้แบบสอบถามในการเก็บข้อมูลจากผู้ประกอบการเบเกอรี่บนออนไลน์ ที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร จำนวน 455 คน ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง และการสุ่มแบบบอกต่อ ทดสอบสมมติฐานด้วยการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัย พบว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีอายุธุรกิจน้อยกว่า 2 ปี จำนวน 243 คน และมีรายได้ต่อเดือนของธุรกิจอยู่ที่ 10,000 - 20,000 บาท จำนวน 161 คน ผู้ประกอบการมีความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณลักษณะของผู้ประกอบการ กลยุทธ์การสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน และความสำเร็จของธุรกิจอยู่ในระดับสูง ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า 1) ผู้ประกอบการที่มีอายุของธุรกิจและรายได้ต่อเดือนของธุรกิจแตกต่างกัน ส่งผลต่อความสำเร็จของธุรกิจที่ไม่แตกต่างกัน และ 2) ผู้ประกอบการที่มีคุณลักษณะของผู้ประกอบการ (ด้านความเป็นตัวเอง ด้านความมีนวัตกรรม ด้านความกล้าเสี่ยง ด้านความสม่ำเสมอและใฝ่ใจในการเรียนรู้ และด้านความใฝ่ใจในความสำเร็จ) และปัจจัยกลยุทธ์การสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน (ด้านกลยุทธ์ผู้นำด้านต้นทุนต่ำ และ กลยุทธ์การสร้างความแตกต่าง) ส่งผลในทิศทางบวกต่อความสำเร็จของธุรกิจ โดยผลการวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาผู้ประกอบการทั้งในด้านของคุณลักษณะของผู้ประกอบและกลยุทธ์การสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการประกอบธุรกิจเบเกอรี่บนออนไลน์ต่อไปในอนาคต</p><p> </p> Pattamon Turatunmanon, Kangwan Yodwisitsak Copyright (c) https://ejournals.swu.ac.th/index.php/MBASBJ/article/view/13976 Sun, 27 Feb 2022 00:00:00 +0000 อิทธิพลของคุณค่าตราสินค้า และการตลาดเชิงเนื้อหา ที่มีต่อความพึงพอใจ และความจงรักภักดีในบริการวิดีโอสตรีมมิ่ง Netflix ของคน Generation Y ในเขตกรุงเทพมหานคร https://ejournals.swu.ac.th/index.php/MBASBJ/article/view/13929 <p>การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของคุณค่าตราสินค้าและการตลาดเชิงเนื้อหา ที่มีต่อความพึงพอใจและความจงรักภักดี ในบริการวิดีโอสตรีมมิ่ง Netflix ของคน Generation Y ในเขตกรุงเทพมหานคร โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้ใช้บริการที่เป็นคน Generation Y ที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2524-2543 ในเขตกรุงเทพมหานคร ที่กำลังใช้บริการผ่านช่องทางออนไลน์สตรีมมิ่งของ Netflix จำนวนทั้งสิ้น 385 คน โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา ได้แก่ การหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานและสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงอนุมาน ได้แก่ การวิเคราะห์ความถดถอยเชิงพหุ สถิติค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์อย่างง่ายของเพียรสัน ซึ่งจากผลจากการทดสอบสมมติฐาน พบว่า คุณค่าตราสินค้า ประกอบด้วย ด้านการรับรู้คุณภาพและด้านการเชื่อมโยงตราสินค้า มีอิทธิพลต่อความพึงพอใจและมีอิทธิพลต่อความจงรักภักดี การตลาดเชิงเนื้อหา ประกอบด้วย Content การให้ไอเดีย Content การบอกแนวทางการแก้ปัญหาและ Content การให้คำแนะนำ มีอิทธิพลต่อความพึงพอใจ การตลาดเชิงเนื้อหา ประกอบด้วย Content การให้ไอเดีย และ Content การสร้างอารมณ์ มีอิทธิพลต่อความจงรักภักดี และความพึงพอใจ มีความสัมพันธ์ต่อความจงรักภักดี ด้านความตั้งใจใช้ต่อในอนาคตและด้านความตั้งใจบอกต่อการใช้ ในบริการวิดีโอสตรีมมิ่ง Netflix ของคน Generation Y ในเขตกรุงเทพมหานคร</p> Kwanchanok Pookmaitree, Supinya Yansomboon Copyright (c) https://ejournals.swu.ac.th/index.php/MBASBJ/article/view/13929 Wed, 29 Jun 2022 00:00:00 +0000 อิทธิพลของการจัดการห่วงโซ่คุณค่าที่ส่งผลต่อ ความเจริญเติบโตของธุรกิจผ่านความสามารถทางการแข่งขันของธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารจังหวัดสมุทรสาคร https://ejournals.swu.ac.th/index.php/MBASBJ/article/view/14496 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษากระบวนการจัดการห่วงโซ่คุณค่า ความสามารถทางการแข่งขันของธุรกิจและความเจริญเติบโตของธุรกิจ 2) ศึกษาอิทธิพลของการจัดการห่วงโซ่คุณค่าที่ส่งผลต่อความสามารถทางการแข่งขันและความเจริญเติบโตของธุรกิจ 3) ศึกษาอิทธิพลของความสามารถทางการแข่งขันที่ส่งผลต่อความเจริญเติบโตของธุรกิจ และ 4) ศึกษาอิทธิพลของการจัดการห่วงโซ่คุณค่าที่ส่งผลต่อความเจริญเติบโตของธุรกิจผ่านความสามารถทางการแข่งขันของธุรกิจอุตสาหกรรมอาหาร จังหวัดสมุทรสาคร กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยคือผู้บริหารระดับสูงของธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารจังหวัดสมุทรสาคร จำนวน 271 คน โดยสุ่มตัวอย่างแบบง่าย เครื่องมือการวิจัยคือแบบสอบถามได้กลับคืนมาจำนวน 228 ชุด สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ความถดถอยอย่างง่ายและเชิงพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า 1) กระบวนการจัดการห่วงโซ่คุณค่า ความสามารถทางการแข่งขันของธุรกิจ และความเจริญเติบโตของธุรกิจโดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก 2) การจัดการห่วงโซ่คุณค่ามีอิทธิพลทางบวกต่อความสามารถทางการแข่งขันและความเจริญเติบโตของธุรกิจ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 3) ความสามารถทางการแข่งขันมีอิทธิพลทางบวกต่อความเจริญเติบโตของธุรกิจ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และ 4) การจัดการห่วงโซ่คุณค่ามีอิทธิพลทางบวกต่อความเจริญเติบโตของธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารจังหวัดสมุทรสาคร โดยมีตัวแปรความสามารถทางการแข่งขันของธุรกิจเป็นตัวแปรส่งผ่านบางส่วน กล่าวคือ การจัดการห่วงโซ่คุณค่ามีอิทธิพลทางบวกทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อความเจริญเติบโตของธุรกิจ</p> Churapath Aungsupanit, Kritchana Wongrat Copyright (c) https://ejournals.swu.ac.th/index.php/MBASBJ/article/view/14496 Wed, 29 Jun 2022 00:00:00 +0000 การจัดการแหล่งท่องเที่ยวตามรอยภาพยนตร์ ด้วยแนวคิดประสบการณ์การท่องเที่ยว https://ejournals.swu.ac.th/index.php/MBASBJ/article/view/14183 <p>การพัฒนาของธุรกิจบันเทิงทั้งภาพยนตร์ โทรทัศน์ และการท่องเที่ยวส่งผลต่อการเติบโตของ<br /> การท่องเที่ยวตามรอยภาพยนตร์เป็นอย่างมาก ทำให้การนำเสนอประสบการณ์การท่องเที่ยวมีความสำคัญต่อการประสบความสำเร็จของแหล่งท่องเที่ยวในตลาดการท่องเที่ยวที่มีการแข่งขันสูง บทความนี้จึงศึกษาประสบการณ์การท่องเที่ยวจากมุมมองของเจ้าหน้าที่ภาครัฐและประชาชนท้องถิ่นเพื่อใช้ในการจัดการแหล่งท่องเที่ยวตามรอยภาพยนตร์ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกจากเจ้าหน้าที่ภาครัฐจำนวน 12 คน และประชาชนในพื้นที่ 30 คน จากสถานที่ท่องเที่ยวตามรอยภาพยนตร์ 3 ประเภท ได้แก่ สถานที่จริง สถานที่ที่อยู่ในนวนิยาย และสถานที่ที่ถูกสร้างขึ้น และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเทคนิคการจำแนกชนิดข้อมูลและการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา</p> <p>ผลการศึกษาพบว่าประสบการณ์การท่องเที่ยวที่นำมาใช้ในการจัดการแหล่งท่องเที่ยวตามรอยภาพยนตร์ทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ ด้านสุนทรียรส การมีส่วนร่วม ความสนุกสนาน ความประทับใจ การยอมรับ ประสบการณ์เสมือนจริง และความแปลกใหม่ นอกจากนี้ ยังพบว่า แหล่งท่องเที่ยวในนวนิยายมีประสบการณ์ในด้านความชื่นชอบ ผลการศึกษานี้สามารถช่วยให้ผู้จัดการแหล่งท่องเที่ยวตามรอยภาพยนตร์จัดการแหล่งท่องเที่ยวตามรอยภาพยนตร์โดยนำประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในแหล่งท่องเที่ยวมาใช้ในวางแผนและพัฒนาพื้นที่ ดังนี้ 1) สร้างสิ่งดึงดูด (ธีม) เพื่อแสดงให้เห็นถึงอัตลักษณ์ของพื้นที่ และ 2) นำเสนอประสบการณ์การท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับจินตนาการของนักท่องเที่ยว</p><p> </p> Kuntol Petchsena, Siripen Dabphet Copyright (c) https://ejournals.swu.ac.th/index.php/MBASBJ/article/view/14183 Wed, 29 Jun 2022 00:00:00 +0000 ศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวและการรับรู้ของนักท่องเที่ยว กรณีศึกษา อ่าวไร่เล อุทยานแห่งชาติ หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ https://ejournals.swu.ac.th/index.php/MBASBJ/article/view/14289 <p>การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยว ศึกษาการรับรู้ศักยภาพของนักท่องเที่ยวและศึกษาปัจจัยที่สัมพันธ์กับการรับรู้ในตัวชี้วัดที่รับรู้ต่ำกว่าเกณฑ์ของอ่าวไร่เลซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียคำนึงถึงความยั่งยืนจึงมีแนวคิดในการยกระดับอ่าวไร่เลให้มีการจัดการเชิงอนุรักษ์ แนวทางดังกล่าวจำเป็นต้องสำรวจทรัพยากรท่องเที่ยว เพื่อประเมินคุณค่าความสำคัญและข้อจำกัดในการใช้ประโยชน์ว่าเป็นศักยภาพตอบสนองการท่องเที่ยวประเภทใดและนักท่องเที่ยวรับรู้อย่างไร มีเครื่องมือเป็นแบบประเมินศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวอ่าวไร่เลกำหนด 3 ประเภทการท่องเที่ยว เกณฑ์การท่องเที่ยว 5 ด้าน รวม 30 ตัวชี้วัด ได้ค่าคุณภาพจากการสอบถามตัวแทนพื้นที่ 11 คน และได้ค่าความสำคัญจากตารางที่ Prioritize Matrice ประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 คน วิเคราะห์ด้วยสมการถ่วงน้ำหนัก ในการศึกษาการรับรู้ของนักท่องเที่ยว เครื่องมือเป็นแบบสอบถาม สอบถามกลุ่มตัวอย่างนักท่องเที่ยวชาวไทย 403 คน วิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา ตัวชี้วัดที่รับรู้ต่ำกว่าเกณฑ์นำไปวิเคราะห์ความสัมพันธ์กับปัจจัยประสบการณ์และเวลาในแหล่งท่องเที่ยว ด้วยวิธี Chi-Square ผลการศึกษาพบว่า อ่าวไร่เลมีค่าศักยภาพประเภทการท่องเที่ยวเพื่อผจญภัยสูงสุด รองลงมาคือการท่องเที่ยวธรรมชาติทั่วไปเช่นเดียวกับการรับรู้ของนักท่องเที่ยว โดยตัวชี้วัดส่วนใหญ่ที่สะท้อนการจัดการเชิงอนุรักษ์มีค่าคุณภาพและการรับรู้ต่ำกว่าเกณฑ์ เมื่อวิเคราะห์ร่วมกับปัจจัยพบว่าประสบการณ์ในการมาเยือนสัมพันธ์กับการรับรู้ในประเด็นส่วนใหญ่ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เดินทางมาครั้งแรกและการรับรู้มีสัดส่วนต่ำกว่าเกณฑ์ สรุปได้ว่า อ่าวไร่เลเหมาะสมในการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวประเภทธรรมชาติทั่วไปกึ่งผจญภัยผสานการจัดการเชิงอนุรักษ์ โดยนักจัดการควรปรับปรุงคุณภาพตัวชี้วัดที่สำคัญที่มีคุณค่าเชิงอนุรักษ์ให้มีคุณภาพสูงกว่าเกณฑ์ และแบ่งเขตพื้นที่ย่อยเพื่อกำหนดประเภทการท่องเที่ยวที่เหมาะสมและส่งเสริมประสบการณ์ตามประเภทที่กำหนดให้นักจัดการสามารถวางแผนการสื่อความหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p> Praphasri Thientuma, Dachanee Emphandhu, Tanakanjana Phongkhieo Copyright (c) https://ejournals.swu.ac.th/index.php/MBASBJ/article/view/14289 Wed, 29 Jun 2022 00:00:00 +0000 ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่ออัตราเงินปันผลตอบแทนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย: กลุ่มอุตสาหกรรมธุรกิจการเงิน https://ejournals.swu.ac.th/index.php/MBASBJ/article/view/14368 <p>งานวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่ออัตราเงินปันผลตอบแทนของบริษัท<br /> จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กลุ่มอุตสาหกรรมธุรกิจการเงิน ซึ่งปัจจัยที่นำมาใช้ในการศึกษาประกอบด้วย อัตราเงินปันผลตอบแทน (DY) อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (DE) อัตราส่วนราคาตลาดต่อมูลค่าทางบัญชี (PBV) อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวม (ROA) และอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) โดยใช้ข้อมูลพาแนลรายปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 ถึง พ.ศ. 2564 รวมระยะเวลา 5 ปี จำนวน 246 ตัวอย่าง ทำการวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุคูณ ผลการศึกษาบ่งชี้ว่า อัตราส่วนราคาตลาดต่อมูลค่าทางบัญชี (PBV) และอัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (DE) มีอิทธิพลเชิงลบต่ออัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) ณ ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.01 ส่วนอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวม (ROA) และอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ไม่มีอิทธิพลต่ออัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) ณ ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 ดังนั้นนักลงทุนควรให้ความสำคัญกับตัวแปรที่มีอิทธิพลต่ออัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) เนื่องจากบริษัทที่มีการขยายตัวและแนวโน้มการลงทุนในอนาคตจะมีแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลที่ลดลงเพื่อลดการพึ่งพาจากแหล่งเงินทุนภายนอก อีกทั้งโครงสร้างเงินทุนของบริษัทจะมีบทบาทสำคัญในกำกับการทำงานของผู้บริหาร หากบริษัทมีสัดส่วนหนี้สินสูงขึ้นจะส่งผลต่อการจ่ายเงินปันผลที่ลดลง</p> Wiwatwong Bunnun Copyright (c) https://ejournals.swu.ac.th/index.php/MBASBJ/article/view/14368 Wed, 29 Jun 2022 00:00:00 +0000 การจัดการเส้นทางขนส่งเพื่อลดความสูญเปล่าที่เกิดจากความล่าช้า ในกระบวนการจัดส่งสินค้าโดยใช้อัลกอริทึมแบบประหยัด กรณีศึกษา กิจเจริญทรัพย์ชุมแพขนส่ง จังหวัดขอนแก่น https://ejournals.swu.ac.th/index.php/MBASBJ/article/view/14359 <p class="Objective">การจัดการเส้นทางขนส่งโดยใช้อัลกอริทึมแบบประหยัดด้วยการลดความสูญเปล่ามีความสำคัญต่อการลดระยะทางและเวลาขนส่ง ทำให้สามารถลดต้นทุนการจัดส่งสินค้า งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความ สูญเปล่าที่เกิดจากความล่าช้า เพื่อศึกษาปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อความสูญเปล่าที่เกิดจากความล่าช้าและเสนอการจัดการเส้นทางขนส่งเพื่อลดความสูญเปล่าที่เกิดจากความล่าช้าในกระบวนการจัดส่งสินค้าโดยใช้อัลกอริทึมแบบประหยัด ซึ่งใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน หน่วยวิเคราะห์ข้อมูลในระดับปัจเจกบุคคล เก็บรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการสังเกตแบบมีส่วนร่วมและแนวทางการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลหลัก 17 คน และเชิงปริมาณเก็บด้วยแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง 200 คน โดยวิเคราะห์ข้อมูลด้วยแผนภูมิการไหล คุณค่ากิจกรรม และโมเดลสมการโครงสร้าง ร่วมกับการจัดเส้นทางการขนส่งด้วยอัลกอริทึมแบบประหยัด ผลการวิจัยพบว่า กิจกรรมเคลื่อนย้ายสินค้าไปส่งให้กับลูกค้าเป็นความสูญเปล่า ซึ่งการจัดเส้นทางเป็นปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อความสูญเปล่าที่เกิดจากความล่าช้าเป็นอันดับแรก จึงเสนอการจัดการเส้นทางขนส่งเพื่อลดความสูญเปล่าที่เกิดจากความล่าช้าในกระบวนการจัดส่งสินค้าโดยใช้อัลกอริทึมแบบประหยัด พบว่า สามารถลดระยะทางได้ 0.13 กิโลเมตรต่อรายการต่อวัน และลดระยะเวลาขนส่ง 1.43 นาทีต่อรายการต่อวัน ทำให้ลดต้นทุนการจัดส่งสินค้า 8,164.00 บาทต่อเดือน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการธุรกิจขนส่งในการจัดการเส้นทางขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป</p> Thunyarut Teparuk, Panutporn Ruangchoengchum Copyright (c) https://ejournals.swu.ac.th/index.php/MBASBJ/article/view/14359 Wed, 29 Jun 2022 00:00:00 +0000 อิทธิพลของวัฒนธรรมองค์กรด้านบัญชีและสภาพแวดล้อมภายในองค์กรที่มีผลต่อคุณภาพการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานบัญชีในเขตกรุงเทพมหานคร https://ejournals.swu.ac.th/index.php/MBASBJ/article/view/14334 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของวัฒนธรรมองค์กรด้านบัญชีและสภาพแวดล้อมภายในองค์กรที่มีผลต่อคุณภาพการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานบัญชีในเขตกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ผู้ปฏิบัติงานบัญชีในเขตกรุงเทพมหานครจำนวน 412 คน เครื่องมือวิจัยที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ค่าทีแบบ independent การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการวิเคราะห์ความถดถอยแบบพหุคูณ ผลการศึกษา พบว่า วัฒนธรรมองค์กรด้านการบัญชีโดยรวม และสภาพแวดล้อมภายในองค์กรโดยรวม อยู่ในระดับมาก องค์ประกอบของวัฒนธรรมองค์กรด้านบัญชี ได้แก่ ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรมีผลต่อคุณภาพการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานบัญชีด้านความพึงพอใจของทุกฝ่าย ส่วนองค์ประกอบด้านความซื่อสัตย์สุจริต ด้านการมอบอำนาจ ด้านการตัดสินใจและด้านความเอื้ออาทรไม่มีอิทธิพลต่อคุณภาพการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานบัญชีในเขตกรุงเทพมหานครที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05 และพบว่า สภาพแวดล้อมภายในองค์กรทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ด้านความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และด้านการคงไว้และการเปลี่ยนแปลง มีผลต่อคุณภาพการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานบัญชีโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</p> Thunyarat Tapadis, Supa Tongkong Copyright (c) https://ejournals.swu.ac.th/index.php/MBASBJ/article/view/14334 Wed, 29 Jun 2022 00:00:00 +0000