https://ejournals.swu.ac.th/index.php/MBASBJ/issue/feed วารสารบริหารธุรกิจศรีนครินทรวิโรฒ 2022-12-29T09:19:17+00:00 รศ.สุพาดา สิริกุตตา: Assoc. Prof. Supada Sirikutta mbasbj@gmail.com Open Journal Systems <p><strong>วารสารบริหารธุรกิจศรีนครินทรวิโรฒ </strong>เป็นวารสารทางวิชาการ จัดทำโดยศูนย์การจัดการหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา คณะบริหารธุรกิจเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โดยจัดทำเป็นวารสารราย 6 เดือน (ปีละ 2 ฉบับ)</p> <p><strong>วัตถุประสงค์ </strong></p> <ol> <li>เพื่อเผยแพร่ผลงานทางวิชาการหรือวิจัยในสาขาวิชาบริหารธุรกิจ ได้แก่ การตลาด การจัดการ การเงิน การบัญชี ธุรกิจระหว่างประเทศ การท่องเที่ยว และการโรงแรม และสาขาเศรษฐศาสตร์</li> <li>เพื่อให้บริการทางวิชาการในสาขาบริหารธุรกิจ ได้แก่ การตลาด การจัดการ การเงิน การบัญชี ธุรกิจระหว่างประเทศ การท่องเที่ยวและการโรงแรม และสาขาเศรษฐศาสตร์</li> <li>เพื่อสร้างเครือข่ายและพัฒนาองค์ความรู้ในสาขาวิชาบริหารธุรกิจ ได้แก่ การตลาด การจัดการ การเงิน การบัญชี ธุรกิจระหว่างประเทศ การท่องเที่ยว และการโรงแรม และสาขาเศรษฐศาสตร์</li> </ol> <p><strong>ประเภทผลงานที่รับพิจารณาตีพิมพ์ (</strong>ภาษาไทย/ ภาษาอังกฤษ)</p> <ol> <li>บทความวิจัย (Research article)</li> <li>บทความปริทัศน์ (Article review)</li> <li>บทวิจารณ์หนังสือ (Book review)</li> <li>บทวิจารณ์วิชาการ (Critique/ Discussion paper)</li> <li>กรณีศึกษา (Case study)</li> </ol> https://ejournals.swu.ac.th/index.php/MBASBJ/article/view/14924 แนวทางการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุบริเวณลานกางเต็นท์ในอุทยานแห่งชาติ 2022-12-29T07:24:45+00:00 Supakit Eimsamank supakit.ei@ku.ac.th Dachanee Empunth ffordne@ku.ac.th Noppawan Tanakanjana Phongkhieo ffornwt@ku.ac.th <p>การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจำแนกช่วงชั้นโอกาสด้านนันทนาการ สำรวจความเหมาะสมของสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุ ศึกษาความพึงพอใจและพฤติกรรมนันทนาการของนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุต่อสิ่งอำนวยความสะดวกในลานกางเต็นท์ของอุทยานแห่งชาติ และเสนอแนวทางพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกด้านอารยสถาปัตย์ตามช่วงชั้นโอกาสนันทนาการ พื้นที่ศึกษาได้แก่ ลานกางเต็นท์ 5 แห่งในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ใช้วิธีการจำแนกช่วงชั้นโอกาสด้านนันทนาการ รวบรวมข้อมูลโดยการสำรวจประเมินพื้นที่และแบบสอบถามนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุ ประเมินความเหมาะสมสิ่งอำนวยความสะดวกตามแบบประเมินที่พัฒนาขึ้นตามหลักอารยสถาปัตย์ และสำรวจความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุโดยใช้แบบสอบถามจำนวน 630 ชุด วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณา ผลการศึกษาพบว่าลานกางเต็นท์อ่างเก็บน้ำและลำตะคองอยู่ช่วงชั้นโอกาสด้านนันทนาการประเภทพัฒนาแล้ว (D) หนองแม่นาและบ้านกร่างประเภทค่อนข้างพัฒนา (SD) และสะพานสลิงประเภทกึ่งสันโดษ (SP) โดยมีความเหมาะสมของสิ่งอำนวยความสะดวกตามเกณฑ์อารยสถาปัตย์และความพึงพอใจของผู้สูงอายุของอ่างเก็บน้ำ แก่งกระจานในระดับค่อนข้างมาก ส่วนลำตะคองมีค่าความเหมาะสมและความพึงพอใจในระดับปานกลาง บ้านกร่างมีค่าความเหมาะสมในระดับค่อนข้างน้อยและความพึงพอใจอยู่ในระดับปานกลาง หนองแม่นามีค่าความเหมาะสมและความพึงพอใจในระดับปานกลาง ส่วนสะพานสลิง ค่าความเหมาะสมและความพึงพอใจอยู่ในระดับค่อนข้างน้อย แนวทางการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกในลานกางเต็นท์ของอุทยานแห่งชาติต้องให้ความสำคัญต่อประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวควรได้รับหลากหลาย และเลือกได้ ควรให้ความสำคัญต่อการออกแบบเพื่อคนทุกกลุ่มตามหลักการอารยสถาปัตย์ ซึ่งควรมีอยู่ทั้งสามช่วงชั้น (D, SD, SP) แต่ปริมาณควรขึ้นอยู่กับปริมาณผู้ใช้ประโยชน์ และนโยบาย</p> 2022-12-29T00:00:00+00:00 Copyright (c) 2022 https://ejournals.swu.ac.th/index.php/MBASBJ/article/view/14925 ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานในองค์กร ที่ไม่แสวงหาผลกำไรกรณีศึกษา สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน 2022-12-29T08:01:11+00:00 Sujira Moonarsa sujira.moonarsa@g.swu.ac.th Atchareeya Saknarong atchareeyas@swu.ac.th <p>การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานในองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร กรณีศึกษาสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในงานวิจัยครั้งนี้คือ พนักงานและลูกจ้างในสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชนที่มีระยะเวลาในการทำงานตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป มีจำนวน 180 คน โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ผลวิจัยพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีแรงจูงใจในการทำงานโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด มีความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในการทำงานโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก มีความพึงพอใจในการบริหารทรัพยากรมนุษย์โดยรวมอยู่ในระดับมาก และมีความคิดเห็นเกี่ยวประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า 1) พนักงานในองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่มี เพศ อายุ สถานภาพ ระดับการศึกษา ระยะเวลาในการทำงาน และรายได้ต่อเดือนแตกต่างกันมีประสิทธิภาพการทำงานแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 2) แรงจูงใจในการทำงาน ด้านความรับผิดชอบงาน และด้านลักษณะงานที่ได้รับมีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานในองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ตามลำดับ โดยสามารถอธิบายได้ร้อยละ 35.2 3) สภาพแวดล้อมในการทำงาน ด้านการมีส่วนร่วมในงาน และด้านการได้รับการสนับสนุนจากผู้บังคับบัญชามีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานในองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ตามลำดับ โดยสามารถอธิบายได้ร้อยละ 43 4) ความพึงพอใจในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ด้านสรรหาและคัดเลือกบุคลากร ด้านการพัฒนาบุคลากร และด้านการประเมินผล มีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานในองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ตามลำดับ โดยสามารถอธิบายได้ร้อยละ 26.5</p> 2022-12-29T00:00:00+00:00 Copyright (c) 2022 https://ejournals.swu.ac.th/index.php/MBASBJ/article/view/14927 ความสัมพันธ์ระหว่างคุณภาพชีวิตกับความสุขในการปฏิบัติงาน ของคุณครูโรงเรียนสารสาสน์ในเครือ จังหวัดสมุทรปราการ 2022-12-29T08:23:32+00:00 Suwannee Chaladue suwannee26apple@gmail.com <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาระดับคุณภาพชีวิตและระดับความสุขในการปฏิบัติงานของคุณครูโรงเรียนสารสาสน์ในเครือ จังหวัดสมุทรปราการ 2) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างระดับคุณภาพชีวิตกับระดับความสุขในการปฏิบัติงานของคุณครูโรงเรียนสารสาสน์ในเครือ จังหวัดสมุทรปราการ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วยโรงเรียนสารสาสน์วิเทศสมุทรปราการ โรงเรียนสารสาสน์วิเทศสุวรรณภูมิ และโรงเรียนสารสาสน์วิเทศศึกษา ได้กลุ่มตัวอย่างทั้งหมด จำนวนทั้งสิ้น 226 คน โดยใช้สูตรการคำนวณของ Krejcie, &amp; Morgan จากนั้นดำเนินการสุ่มแบบชั้นภูมิอย่างมีสัดส่วน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม พบว่า มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.98 และ 0.99 ตามลำดับ และสถิติที่ใช้ในการวิจัยข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ผลการวิจัยพบว่า 1) คุณครูโรงเรียนสารสาสน์ในเครือ จังหวัดสมุทรปราการ มีระดับคุณภาพชีวิตในการปฏิบัติงานโดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง และมีระดับความสุขในการปฏิบัติงานโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก 2) ความสัมพันธ์ระหว่างคุณภาพชีวิตกับความสุขในการปฏิบัติงานของคุณครูโรงเรียนสารสาสน์ในเครือ จังหวัดสมุทรปราการ ผลการวิจัยพบว่า คุณภาพชีวิตในการปฏิบัติงานด้านความเป็นประโยชน์ต่อสังคมกับความสุขในการปฏิบัติงาน ด้านการติดต่อสัมพันธ์ ด้านความรักในงาน ด้านความสำเร็จในงาน และด้านการเป็นที่ยอมรับ มีความสัมพันธ์ทางบวกสูงสุด เท่ากับ 0.943 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01</p> 2022-12-29T00:00:00+00:00 Copyright (c) 2022 https://ejournals.swu.ac.th/index.php/MBASBJ/article/view/14928 อิทธิพลของปัจจัยส่วนประสมการตลาดออนไลน์และองค์ประกอบของแอปพลิเคชันที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้สมัครใช้ งานแอปพลิเคชัน TWITCH ในเขตกรุงเทพมหานคร 2022-12-29T08:25:51+00:00 Sirapob Kunloke sirapob.kunloke@g.swu.ac.th Benchamas Sirijai bsirijai@gmail.com <p>การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษา ปัจจัยส่วนบุคคลของผู้สมัครใช้งานแอปพลิเคชัน Twitch และวิเคราะห์อิทธิพลของปัจจัยส่วนประสมการตลาดออนไลน์และองค์ประกอบของแอปพลิเคชันที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้สมัครใช้งานแอปพลิเคชัน Twitch ในเขตกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้ที่สมัครใช้งานแอปพลิเคชัน Twitch ในเขตกรุงเทพมหานคร ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 29 – 36 ปี รายได้ต่อเดือน ต่ำกว่าหรือเท่ากับ 15,000 และมีอาชีพเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ผู้สมัครใช้งานที่มีอายุ และรายได้แตกต่างกัน มีระดับความพึงพอใจแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ปัจจัยส่วนประสมการตลาดออนไลน์ ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านการส่งเสริมการตลาด ด้านรักษาความเป็นส่วนตัว และด้านการให้บริการส่วนบุคคล สามารถพยากรณ์ได้ร้อยละ 40 และองค์ประกอบของแอปพลิเคชัน ด้านหน้าจอแสดงผล และด้านความหลากหลายของเนื้อหา สามารถพยากรณ์ได้ร้อยละ 25.2 และส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้สมัครใช้งานแอปพลิเคชัน Twitch ในเขตกรุงเทพมหานคร อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05</p> 2022-12-29T00:00:00+00:00 Copyright (c) 2022 https://ejournals.swu.ac.th/index.php/MBASBJ/article/view/14929 อิทธิพลของคุณภาพการให้บริการที่มีต่อความพึงพอใจและความจงรักภักดีของลูกค้าธุรกิจร้านกาแฟ ในจังหวัดนครราชสีมา 2022-12-29T08:29:12+00:00 Kanlayaporn Ananchalalai kanlayaporn.anan@kkumail.com Supawat Meeprom supame@kku.ac.th <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ศึกษาอิทธิพลของคุณภาพอาหารและเครื่องดื่ม คุณภาพการบริการของพนักงาน คุณภาพสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ คุณภาพด้านราคา ส่งผลต่อความพึงพอใจของลูกค้าต่อร้านกาแฟ และ 2) ศึกษาความพึงพอใจของลูกค้าต่อร้านกาแฟที่ส่งผลต่อความจงรักภักดีของลูกค้าที่มีต่อร้านกาแฟ โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล จากผู้ที่มีประสบการณ์ในการเข้าใช้บริการร้านกาแฟในเขตเทศบาลเมืองจังหวัดนครราชสีมา จำนวน 300 คน และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้นพหุคูณ (Multiple Linear Regression) เพื่อทดสอบสมมติฐาน จากผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยคุณภาพการบริการทั้ง 4 ด้าน มีอิทธิพลทางบวกต่อความพึงพอใจของลูกค้าต่อร้านกาแฟ อีกทั้งความพึงพอใจของลูกค้าที่มาใช้บริการร้านกาแฟยังส่งผลเชิงบวกต่อความจงรักภักดีของลูกค้าที่มีต่อร้านกาแฟในเขตเทศบาลเมืองจังหวัดนครราชสีมา</p> 2022-12-29T00:00:00+00:00 Copyright (c) 2022 https://ejournals.swu.ac.th/index.php/MBASBJ/article/view/14930 ผลกระทบของรูปแบบเนื้อหาเพื่อการสื่อสารทางโซเชียลมีเดียต่อ การรับรู้คุณค่าของตราสินค้าและการตัดสินใจซื้อเครื่องดื่มสำเร็จรูป 2022-12-29T08:32:22+00:00 Chollada Pantumnan chollada.pan@outlook.com Warapon Dansiri warapon.d@ku.th Touchakorn Sammasut touchakorn.s@ku.th <p>การวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาถึงผลกระทบของรูปแบบเนื้อหาเพื่อการสื่อสารทางโซเชียลมีเดียสองแบบได้แก่ เนื้อหาที่ถูกสร้างจากธุรกิจ (Firm Generated Content: FGC) และเนื้อหาที่ถูกสร้างจากผู้ใช้ (User Generated Content: UGC) ผ่านแพลตฟอร์ม TikTok ต่อการรับรู้คุณค่าตราสินค้าและการตัดสินใจซื้อเครื่องดื่มสำเร็จรูป โดยมีกลุ่มตัวอย่างใช้ในการศึกษาครั้งนี้จำนวน 400 คน เป็นกลุ่มคนเจเนอเรชั่นซี อายุระหว่าง 18-25 ปี และทำการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม โดยการทดสอบสมมติฐานผ่านการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ (Multiple linear regression) และการวิเคราะห์อิทธิพลของตัวแปรโดยใช้สถิติการวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุระหว่างตัวแปร (Path analysis) ผลการศึกษาพบว่า ทั้งเนื้อหาที่ถูกสร้างจากธุรกิจ (FGC) และเนื้อหาที่ถูกสร้างจากผู้ใช้ (UGC) ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสำเร็จรูป และการรับรู้คุณค่าของตราสินค้าก็ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสำเร็จรูปเช่นกัน การศึกษาครั้งนี้ยังตรวจสอบผลกระทบโดยตรงและโดยอ้อมของรูปแบบเนื้อหาที่ถูกสร้างจากธุรกิจ (FGC) และเนื้อหาที่ถูกสร้างจากผู้ใช้ (UGC) ต่อการตัดสินใจซื้อเครื่องดื่มสำเร็จรูป เมื่อมีการรับรู้คุณค่าของตราสินค้าเป็นตัวแปรคั่นกลาง โดยผลการศึกษา พบว่า ตัวแปรคั่นกลางมีอิทธิพลบางส่วน (Partial mediation) ต่อการตัดสินใจซื้อเครื่องดื่มสำเร็จรูป การศึกษานี้ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับนักการตลาดและผู้ประกอบการ ในด้านการสร้างสรรค์เนื้อหาและ แบรนด์บนแพลตฟอร์ม TikTok</p> 2022-12-29T00:00:00+00:00 Copyright (c) 2022 https://ejournals.swu.ac.th/index.php/MBASBJ/article/view/14931 ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อกระบองเพชรประเภทตอ 2022-12-29T08:36:53+00:00 Aticha Promrat aticha_pro@utcc.ac.th Kesara Supornsinchai kesara_sup@utcc.ac.th Anuchat Chamchong anuchat_cha@utcc.ac.th Jirapat Promsoongwong poon9929@gmail.com <p>งานวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ปัจจัยด้านประชากรศาสตร์มีผลต่อการตัดสินใจซื้อกระบองเพชรประเภทตอที่แตกต่างกัน 2) เพื่อศึกษาปัจจัยด้านพฤติกรรมมีผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อกระบองเพชรประเภทตอที่แตกต่างกัน และ 3) เพื่อศึกษาปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดมีผลต่อการตัดสินใจซื้อกระบองเพชรประเภทตอ โดยใช้เครื่องมือประเภทแบบสอบถามในการเก็บข้อมูล จากกลุ่มสมาชิกบนเพจเฟซบุ๊ก กลุ่ม “ตลาดตอ” จำนวน 400 คน โดยใช้วิธีการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและใช้สถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ Independent-Samples t- test, f – test และการวิเคราะห์สมการถดถอยเชิงพหุคูณ</p> <p>จากผลการศึกษา พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ช่วงอายุระหว่าง 31 – 40 ปี สถานภาพโสด ระดับการศึกษาปริญญาตรี ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว/ค้าขาย และรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 15,001-30,000 บาท ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย มีระดับความสำคัญสูงที่สุดในระดับระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.827 ทางด้านปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ พบว่า อายุ ระดับการศึกษา และอาชีพที่แตกต่างกันมีผลต่อตัดสินใจเลือกซื้อกระบองเพชรประเภทตอที่แตกต่างกัน ปัจจัยด้านพฤติกรรมของผู้ตอบแบบสอบถาม พบว่า ด้านนำไปใช้ทำอะไร ด้านบุคคลที่มีส่วนร่วมในการซื้อ ด้านช่องทางในการซื้อ ด้านความถี่ในการขยายพันธุ์แคคตัส และด้านจำนวนตอที่ใช้กราฟต่อครั้งที่แตกต่างกันมีผลต่อตัดสินใจเลือกซื้อกระบองเพชรประเภทตอที่แตกต่างกัน และในส่วนของปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด ด้านผลิตภัณฑ์ ช่องทางการจัดจำหน่าย และการส่งเสริมการตลาด &nbsp;มีอิทธิพลกับการตัดสินใจซื้อกระบองเพชรประเภทตอ และสามารถทำนายการตัดสินใจซื้อกระบองเพชรประเภทตอได้ร้อยละ 65.4</p> 2022-12-29T00:00:00+00:00 Copyright (c) 2022 https://ejournals.swu.ac.th/index.php/MBASBJ/article/view/14932 ปัจจัยที่ส่งผลต่อความตั้งใจใช้บริการอย่างต่อเนื่องของลูกค้าที่มีต่อคุณภาพบริการด้านการขนส่ง และโลจิสติกส์ ของ บริษัท เอ็ม-เซนโค โลจิสติกส์ จำกัด ประเทศไทย 2022-12-29T08:41:04+00:00 Chumpon Karnpakdee 6324971211@rumail.ru.ac.th Surasidh Boonchunone surasidh.b@ru.ac.th <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยคุณภาพการบริการด้านโลจิสติกส์ที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมของลูกค้าและความไว้เนื้อเชื่อใจของลูกค้า 2) เพื่อศึกษาปัจจัยคุณภาพการบริการด้านโลจิสติกส์และการมีส่วนร่วมของลูกค้าที่มีผลต่อความไว้เนื้อเชื่อใจของลูกค้า และ 3) เพื่อศึกษาการมีส่วนร่วมของลูกค้าและความไว้เนื้อเชื่อใจของลูกค้าที่มีผลต่อความตั้งใจใช้บริการอย่างต่อเนื่องของผู้ใช้บริการด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ บริษัทเอ็มเซ็นโค โลจิสติกส์ จำกัด ใช้วิธีการวิจัยเชิงประจักษ์ ประชากรที่ศึกษาเป็นผู้ใช้บริการด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ บริษัท เอ็มเซ็นโค โลจิสติกส์ จำกัด ขนาดตัวอย่างของลูกค้าจำนวน 380 คน ใช้สถิติเชิงพรรณนา และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า คุณภาพการบริการด้านโลจิสติกส์ในมิติ 1) การติดต่อสื่อสาร การตอบสนองความต้องการ การเอาใจใส่ ประสิทธิภาพการจัดส่งสินค้า และข้อปฎิบัติความปลอดภัยสาธารณสุขมีผลต่อการมีส่วนร่วมของลูกค้าอย่างมีนัยสำคัญ 2) การติดต่อสื่อสาร ข้อปฎิบัติความปลอดภัยสาธารณสุข และการมีส่วนร่วมของลูกค้ามีผลต่อความไว้เนื้อเชื่อใจของลูกค้าอย่างมีนัยสำคัญ และ 3) การมีส่วนร่วมของลูกค้าและความไว้เนื้อเชื่อใจของลูกค้ามีผลต่อความตั้งใจใช้บริการอย่างต่อเนื่องอย่างมีนัยสำคัญ ผลการศึกษานี้สามารถให้ข้อมูลอ้างอิงที่เป็นประโยชน์แก่นักวิจัย บริษัท และบุคคลที่ทำงานในองค์การและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</p> 2022-12-29T00:00:00+00:00 Copyright (c) 2022 https://ejournals.swu.ac.th/index.php/MBASBJ/article/view/14933 การเปิดรับข่าวสารด้านสิ่งแวดล้อมทางสื่อสังคมออนไลน์ ที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น ความผูกพันและความภักดีตราสินค้า ของกลุ่มผู้ใช้รถยนต์โตโยต้า 2022-12-29T08:44:32+00:00 Panida Yomchan Panida.yom@dome.tu.ac.th <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเปิดรับข่าวสารด้านสิ่งแวดล้อม ความเชื่อมั่น ความผูกพัน และ ความภักดีตราสินค้าของกลุ่มผู้ใช้รถยนต์โตโยต้า เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้บริการรถยนต์โตโยต้า ซึ่งเปิดรับข่าวสารด้านสิ่งแวดล้อมทางสื่อสังคมออนไลน์ จำนวน 400 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา ได้แก่ การหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานและสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงอนุมาน ได้แก่ การวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ซึ่งจากผลจากการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ความถี่ในการเปิดรับข่าวสารด้านสิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อความเชื่อมั่น และความผูกพันตราสินค้า อีกทั้งความเชื่อมั่นตราสินค้ายังมีอิทธิพลต่อความผูกพันตราสินค้า โดยตัวแปรที่มีอิทธิพลมากที่สุดคือ ด้านความสามารถ รองลงมาคือ ด้านความมีชื่อเสียง และด้านความน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ ความผูกพันตราสินค้ายังมีมีอิทธิพลต่อความภักดีตราสินค้า ซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมทั้งเชิงทัศนคติ และพฤติกรรม โดยตัวแปรที่มีอิทธิพลมากที่สุดคือด้านด้านความมั่นใจ รองลงมาคือ ด้านความหลงใหล และด้านความภูมิใจ</p> 2022-12-29T00:00:00+00:00 Copyright (c) 2022 https://ejournals.swu.ac.th/index.php/MBASBJ/article/view/14934 ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความภักดีของผู้บริโภคที่มีต่อร้านค้าออนไลน์ ประเภทเครือข่ายสังคม กรณีศึกษาสินค้าเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย 2022-12-29T08:46:35+00:00 Songkran Chanchalanimitr songkran.cha@kbu.ac.th <p>ร้านค้าประเภทเสื้อผ้าเป็นเครื่องแต่งกายเป็นกลุ่มหนึ่งที่มีการปรับตัวอย่างรวดเร็ว ในการเพิ่มช่องทางในการค้าขายด้วยสื่อสังคมประเภทเครือข่ายสังคม แต่มีร้านค้าจำนวนไม่น้อยที่ไม่ประสบความสำเร็จ อันเนื่องจากตลาดมีการแข่งขัน การแย่งชิงส่วนแบ่งของตลาดของร้านค้าซึ่งมีจำนวนมาก ทำให้ผู้ซื้อมีทางเลือกหลากหลายมากขึ้น ในการเลือกซื้อสินค้าจากร้านค้า ที่สามารถตอบสนองความต้องการและความพึงพอใจของผู้ซื้อได้ ดังนั้นการสร้างความภักดีในกลุ่มผู้บริโภคหรือผู้ซื้อ เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน ผู้วิจัยได้ศึกษาถึงปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความภักดีของผู้บริโภคที่มีต่อร้านค้าออนไลน์ประเภทเครือข่ายสังคม ประเภทสินค้าเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย เพื่อเป็นการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจในรูปแบบร้านค้าออนไลน์ ซึ่งสอดคล้องกับบริบทของการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นสังคมยุคดิจิทัลรูปแบบการค้าและระบบเศรษฐกิจ “Thailand 4.0” กลุ่มประชากรเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยคือ กลุ่มประชากรที่เคยใช้บริการจากร้านค้าออนไลน์ประเภทเครือข่ายสังคม Facebook ทั้งเป็นลักษณะการซื้อขายระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค และระหว่างผู้บริโภคกับผู้บริโภค จำนวน 400 ตัวอย่าง โดยเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามออนไลน์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า ระดับคะแนนความคิดเห็นของผู้บริโภคด้าน ปัจจัยการรับรู้ถึงประโยชน์ในการใช้งานเครือข่ายสังคม Facebook ปัจจัยการนำเสนอสินค้า และปัจจัยความพึงพอใจ มีอิทธิพลต่อความภักดีของผู้บริโภคระดับความเห็นอยู่ในระดับมาก เมื่อทดสอบสมมติฐานพบว่าทั้ง 3 ปัจจัยมีอิทธิพลต่อความภักดีของผู้บริโภค อย่างมีนัยสำคัญระดับ 0.01 โดยมีความสัมพันธ์ในระดับปานกลาง มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เท่ากับ 0.586, 0.578 และ 0.643 ตามลำดับ และมีค่าขนาดอิทธิพลเท่ากับ 0.525, 0.389 และ 0.205 ตามลำดับ</p> 2022-12-29T00:00:00+00:00 Copyright (c) 2022