กระบวนการอบรมกล่อมเกลาทางการเมืองด้านจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (Moral Political Socialization of Members of the House of Representative)

กมลวรรณ คารมปราชญ์ (Kamolwan Karomprach), ดุษฎี โยเหลา (Dusadee Yolao), ชลัช จงสืบพันธ์ (Chalat Chongseuubphun), ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ (Thirapat Serirangsan)

Abstract


          The purpose of this research was to understand the moral political socialization of members of the House of Representatives of Thailand. The researcher aimed to understand the processes occurring in moral political socialization by agents in terms of socialization technique, socializing agents’ climate and context; and received outcomes especially regarding issues relevant to performance of duties by the members. Qualitative methodology was using in the form of a case study. Data was collected for three cases by oral history or life history. Key informants were the members of the House of Representatives in sitting in 2009.The results revealed that the processes of moral political socialization by the agents were as follows; 1) Family Agent: Family Parent, ancestors and relations were their model in three issues comprising (1) belief and way of life in accordance with Buddhist instruction regarding benevolence, concern for people’s happiness and sorrow, and the offering of advice (2) devotion of subject’s family to work for the public sector; and (3) their own commitment deriving from their family’s support for a political party. A further factor was the home atmosphere and ethical attitude towards democracy. 2) Religious Agent: Institutionally religious institute subjects had been members of the priesthood. Their minds were socialized aesthetically and concentrated on Buddhism, benevolence, and on being ashamed of bad behavior and corruption. 3) Subjects with a background in educational institutions had studied in political science or law faculties, so they had a knowledge and understanding of their roles and duties. They had participated in extra activities about democratic activism. 4) Media Agent: Subjects had been interested in political news and current events and the work of members of the House of Representative and political parties since they were young. This affected their political consciousness, feelings about political efficacy and party identification. 5) Political Party Affiliation: Subjects from political backgrounds had learned the way of politics of the party with which they were affiliated by participating in projects of the party before becoming a member of the party. After becoming Representatives, they were socialized, communicated and worked together with others. They received some commitment from a role model comprising concepts and the work performance of other members

Key words: Moral Political Socialization, Moral Politician, Members of the House of Representatives

 

บทคัดย่อ

          การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำความเข้าใจกับกระบวนการอบรมกล่อมเกลา ทางการเมืองด้านจริยธรรมที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับจากตัวการที่มีความเกี่ยวข้องในกระบวนการอบรมกล่อมเกลาทางการเมือง ได้แก่ สถาบันครอบครัว สถาบันศาสนา สถาบันการศึกษา สื่อมวลชน และพรรคการเมือง ในช่วงก่อนเข้าดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และศึกษาต่อเนื่องไปถึงภายหลังเข้าดำรงตำแหน่ง ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพแบบการศึกษารายกรณี เก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์ประวัติชีวิตร่วมกับสัมภาษณ์เจาะลึก มีกรณีศึกษา คือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในปี พ.ศ. 2552 ผู้วิจัยเลือกกรณีศึกษาแบบเจาะจงเพื่อให้ได้กรณีศึกษาที่มีคุณลักษณะตรงตามที่กำหนดไว้ โดยพิจารณาจากฐานข้อมูลประวัติ รวมถึงการคัดเลือกโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งในการวิจัยครั้งนี้ศึกษาเชิงลึกกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นกรณีศึกษาทั้งสิ้น 3 ราย 

          ผลการวิจัยพบว่า ตัวการการอบรมกล่อมเกลาทางการเมืองด้านจริยธรรมให้กับกรณีศึกษาทั้ง 3 ราย ได้แก่ สถาบันครอบครัว สถาบันศาสนา สถาบันการศึกษา สื่อมวลชน และพรรคการเมือง โดยมี 1) สถาบันครอบครัวมีบิดามารดา บรรพบุรุษ และเครือญาติ เป็นต้นแบบใน 3 ประเด็น คือ (1) มีความเชื่อและวิถีชีวิตตามแนวพระพุทธศาสนา (2)การเสียสละทำงานเพื่อส่วนรวม และ(3) การสนับสนุนพรรคการเมือง ประกอบกับภายในครอบครัวมีบรรยากาศหรือมีการอบรมเลี้ยงดูแบบประชาธิปไตย 2) สถาบันศาสนาได้ผ่านการเป็นพระภิกษุ และสามเณร ส่งผลให้กรณีศึกษาได้รับการอบรมกล่อมเกลาจิตใจให้มีความบริสุทธิ์ มีจิตใจฝักใฝ่ในพระพุทธศาสนา มีความเมตตา กรุณา มีการละเว้นและละอายต่อการกระทำชั่ว การทุจริตและประพฤติมิชอบ 3) สถาบันการศึกษามีการเรียนในคณะรัฐศาสตร์ และคณะนิติศาสตร์ ทำให้มีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองการปกครอง 4) สื่อมวลชนมีการเปิดรับข่าวสารทางการเมืองเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมือง การทำงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและพรรคการเมืองมาตั้งแต่วัยเด็กส่งผลให้กรณีศึกษามีความสำนึกทางการเมือง ความรู้สึกมีประสิทธิภาพทางการเมือง และมีความผูกพันต่อพรรคการเมือง และ 5) พรรคการเมืองที่สังกัดมีการเรียนรู้ทางการเมืองจากพรรคเหล่านั้น ด้วยการมีส่วนร่วมในโครงการของพรรคก่อนเข้าเป็นสมาชิกของพรรค และภายหลังจากที่เป็นสมาชิกของพรรคแล้วกรณีศึกษาได้เรียนรู้การเมืองผ่านกระบวนการต่างๆ ภายในพรรคจนทำให้เกิดความรู้สึกมีความผูกพันต่อพรรคดังกล่าว

คำสำคัญ: กระบวนอบรมกล่อมเกลาทางการเมือง, จริยธรรมนักการเมือง , สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 


Full Text: PDF

Behavioral Science Research Institute, SWU.
114 สุขุมวิท 23 วัฒนา กทม.10110
โทร.02-649-5000 ต่อ 7600