การวิจัยเพื่อพัฒนาชุดการเรียนรู้แบบสื่อประสมเพื่อการจัดการความรู้ ให้บรรลุเป้าหมายการปฏิรูปการเรียนรู้

สุเมธ ปานะถึก

Abstract


การวิจัย ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ  (1) สร้างและ พัฒนา ปรับปรุงแก้ไขชุดการเรียนรู้แบบสื่อประสม (Multimedia Learning Package) เพื่อการจัดการความรู้ให้บรรลุเป้าหมายการปฏิรูปการเรียนรู้ (2) หาประสิทธิภาพชุดการเรียนรู้แบบสื่อประสม จากการเปรียบเทียบผลการทำกิจกรรมระหว่างการใช้ชุดการเรียนรู้กับผลการทดสอบหลังการใช้ชุดการเรียนรู้ ตามเกณฑ์ประสิทธิภาพในระดับมาตรฐาน 80/80  (3) ศึกษาเปรียบเทียบผลที่เกิดขึ้นจากการนำชุดการเรียนรู้แบบสื่อประสมเพื่อการจัดการความรู้ให้บรรลุเป้าหมายการปฏิรูปการเรียนรู้ไปทดลองใช้กับกลุ่มเป้าหมายในภาคสนามที่โรงเรียนโนนสังวิทยาคาร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหนองบัวลำภู  เขต 1  เป็นการวิจัยแบบกึ่งทดลอง (Quasi-Experiment Research Design) ซึ่งมีแบบแผนการวิจัยเป็นแบบการวิจัยเชิงทดลองกลุ่มเดียวทดสอบก่อนและหลังการใช้ชุดการเรียนรู้แบบสื่อประสม (One-Group Pre-test Post- test Design)  ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้  1. การพัฒนาปรับปรุง แก้ไข ชุดการเรียนรู้แบบสื่อประสมเพื่อการจัดการความรู้ให้บรรลุเป้าหมายการปฏิรูปการเรียนรู้ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการความรู้และด้านการปฏิรูปการเรียนรู้จำนวน 5 คน การอภิปรายกลุ่มจากโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดกลางจำนวน 3 โรงเรียน และนำผลที่ได้ไปใช้ในการพัฒนา ปรับปรุง แก้ไขชุดการเรียนรู้แบบสื่อประสมให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น2. วิเคราะห์หาประสิทธิภาพของชุดการเรียนรู้แบบสื่อประสม โดยการทดลอง (Try Out) ใช้ชุดการเรียนรู้แบบสื่อประสมในภาคสนามในโรงเรียนมัธยมศึกษาประจำอำเภอศรีบุญเรือง จำนวนกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการทดลอง จำนวน 25 คน เพื่อทำการหาประสิทธิภาพด้านกระบวนการ และประสิทธิภาพด้านผลลัพธ์ เทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน ระดับ 80/80 ผลการทดลองหาประสิทธิภาพชุดการเรียนรู้แบบสื่อประสมมีค่าระดับ 82.53/84.24 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ 3. ผลที่เกิดขึ้นจากการนำชุดการเรียนรู้แบบสื่อประสมเพื่อการจัดการความรู้ให้บรรลุเป้าหมายการปฏิรูปการเรียนรู้ไปทดลองใช้ในภาคสนามที่โรงเรียนโนนสังวิทยาคาร  มีผลดังนี้ (1) ผลการทดสอบคะแนนการวัดความรู้ของกลุ่มเป้าหมายจำนวน 45 คน มีค่าคะแนนเฉลี่ยก่อนและหลังการใช้ชุดการเรียนรู้แบบสื่อประสม  31.97 /41.02  และมีผลการทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ย โดยใช้สถิติ t-test  19.19  จึงสรุปว่าชุดการเรียนรู้แบบสื่อประสม ทำให้กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจด้านการจัดการความรู้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการปฏิรูปการเรียนรู้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  (2) ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังการใช้ชุดการเรียนรู้โดยเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ปีการศึกษา 2549 กับ ปีการศึกษา 2550 พบว่าค่าเฉลี่ยเปรียบเทียบทั้ง 2 ปีการศึกษา มีค่าเฉลี่ย ของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็น 2.66 / 2.74  และเมื่อทำการทดสอบความแตกต่าง ของค่าเฉลี่ย (X) โดยใช้สถิติ t – test ทดสอบ ปรากฏว่า ในภาคเรียนที่ 2/2550 นักเรียนได้รับการสอนตามแนวปฏิรูปการเรียนรู้ ทั้ง 10 ตัวบ่งชี้ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  (3) ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของครูที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ตามตัวบ่งชี้ทั้ง 10 ตัวบ่งชี้ พบว่ามีค่าเฉลี่ย (X)สูงกว่าก่อนการทดลองใช้ชุดการเรียนรู้แบบสื่อประสม และผลการทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทุกตัวบ่งชี้

Full Text: PDF