รูปแบบการทำนิพนธ์ต้นฉบับ

สมเกียรติ พรพิสุทธิมาศ

Abstract


รูปแบบการทำนิพนธ์ต้นฉบับ

ต้นฉบับบทความเรื่องเต็มทั้งบทความวิจัยและบทความวิชาการเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนบทคัดย่อและส่วนเนื้อเรื่อง ความยาวของบทความรวมไม่เกิน 12 หน้า กระดาษ A4 พิมพ์ด้วยโปรแกรม  Microsoft Word 2003 - 2013 ใช้ตัวอักษร Browallia New สำหรับหัวเรื่องใช้ตัวหนาขนาด 18 พอยต์ และส่วนเนื้อเรื่องตัวปกติขนาด 14 พอยต์ และให้ตั้งค่าหน้ากระดาษ ขอบบน (Top margin) 1 นิ้ว ขอบล่าง (Bottom margin) 1 นิ้ว ขอบซ้าย (Left margin) 1.25 นิ้ว และขอบขวา (Right margin) 1 นิ้ว ระยะห่างระหว่างบรรทัดเป็น double space โดยมีรายละเอียดดังนี้

ส่วนบทคัดย่อ

บทคัดย่อประกอบด้วยชื่อเรื่อง (Title) ชื่อคณะผู้วิจัย (Authors) ชื่อสถาบัน และเนื้อหา (Body) พร้อมคำสำคัญ (Keywords)

  1. ชื่อเรื่อง ความยาวไม่เกิน 2 บรรทัด ตัวอักษรแรกของทุกคำ ให้ใช้ตัวพิมพ์ใหญ่
  2. ชื่อคณะผู้วิจัย ระบุเฉพาะชื่อและนามสกุล โดยไม่ต้องมีคำนำหน้านาม หรือคุณวุฒิให้ใส่จุลภาค (comma) หลังนามสกุล ยกเว้นคนสุดท้ายให้ใส่มหัพภาค (full stop) และใส่ดอกจัน (asterisk, *) หลังนามสกุลของผู้นิพนธ์ประสานงาน (corresponding author)
  3. ชื่อสถาบันขึ้นบรรทัดใหม่ หากมีมากกว่า 1 สถาบันให้ใช้ตัวเลขยก (superscript) กำกับหน้าชื่อสถาบันและหลังชื่อผู้วิจัยให้ตรงกัน
  4. เนื้อหาในบทคัดย่อ ควรครอบคลุมสาระสำคัญของการศึกษา เช่น วัตถุประสงค์ วิธีการ ผลและอภิปรายผล
  5. คำสำคัญ ให้ขึ้นบรรทัดใหม่ และมีจำนวนไม่เกิน 5 คำ

ส่วนเนื้อเรื่อง

  1. เนื้อเรื่องประกอบด้วย บทนำ (Introduction) วิธีดำเนินการวิจัย (Research Methodology) ผลการวิจัย (Results) อภิปรายผล (Discussion) สรุปผลการทดลอง (Conclusion) กิตติกรรม ประกาศ (Acknowledgement) และเอกสารอ้างอิง (References)
  2. บทนำ เป็นส่วนที่อธิบายถึงความสำคัญและมูลเหตุที่นำไปสู่การวิจัย พร้อมวัตถุประสงค์และการสำรวจเอกสารที่เกี่ยวข้อง
  3. วิธีดำเนินการวิจัย เป็นการอธิบายวิธีการดำเนินการวิจัยซึ่งขึ้นอยู่กับการวิจัยแต่ละประเภท
  4. ผลการวิจัย หรือผลการวิจัยและอภิปรายผล เป็นการเสนอผลการศึกษาตามสิ่งที่ค้นพบ ควรเสนอผลอย่างชัดเจน ตรงประเด็น ตามลำดับหัวข้อที่ศึกษา และอภิปรายผลการศึกษา โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบกับงานวิจัยอื่นๆ
  5. สรุปผล เป็นการสรุปสาระสำคัญที่ได้จากการศึกษาและให้ข้อเสนอแนะ
  6. กิตติกรรมประกาศ เป็นการระบุแหล่งทุนสนับสนุนการวิจัย หน่วยงาน หรือบุคคลที่ให้การสนับสนุน (ถ้ามี)
  7. เอกสารอ้างอิง เป็นการเขียนเอกสารอ้างอิง ให้ยึดถือรูปแบบตามตัวอย่างต่อไปนี้

หนังสือ

ชื่อผู้แต่ง. (ปีที่พิมพ์). ชื่อหนังสือ. ครั้งที่พิมพ์. สำนักพิมพ์. สถานที่พิมพ์.

บทความในวารสาร

ชื่อผู้เขียน. (ปีที่พิมพ์). ชื่อบทความ. ชื่อวารสาร. ปีที่(ฉบับที่): หน้าแรก - หน้าสุดท้ายของบทความ.

วิทยานิพนธ์

ชื่อผู้เขียน. (ปีที่พิมพ์). ชื่อวิทยานิพนธ์. ชื่อปริญญา บัณฑิตวิทยาลัย. สถาบันการศึกษา.

การอ้างอิงแทรกเนื้อหา ให้ใช้ระบบนามและปี เช่น Takabe (2008) รายงานว่า... หรือ (Takabe, 2008) การเขียนเอกสารอ้างอิงในตอนท้ายบทความนั้น หากอ้างจากเล่มภาษาไทย ต้องเขียนทั้งชื่อและนามสกุล ให้เรียงลำดับตามตัวอักษรสำหรับการอ้างอิงโดยให้ภาษาไทยขึ้นก่อนตามด้วยภาษาอังกฤษ

แหล่งอ้างอิงจากอินเตอร์เน็ต
ให้เขียนอ้างอิงในรูปแบบดังนี้ ใส่ชื่อเว็บไซต์ที่นำมาอ้างอิง เขียนตามด้วยคำว่า “สืบค้นเมื่อวันที่” และใส่วันที่ที่สืบค้น เช่น
http://www.thaipost.net สืบค้นเมื่อวันที่ 05/05/53

การอ้างอิงในเนื้อหาของแหล่งอ้างอิงจากอินเตอร์เน็ต
ให้เขียนคำว่า “อินเตอร์เน็ต” และตามด้วยปี พ.ศ. ที่สืบค้น เช่น อินเทอร์เน็ต (2553) ได้กล่าวถึง ... หรือ ... สามารถนำ ไปใช้ประโยชน์ได้ (อินเทอร์เน็ต, 2553)      

  1. ภาพประกอบเป็นนามสกุล jpg หรือ tif และควรมีความละเอียดไม่ต่ำกว่า 300 x 300 dpi โดยให้คำอธิบายรูปภาพอยู่ใต้ภาพ ให้ใช้ ภาพที่ 1 (ตัวหนา) และคำอธิบายภาพ เช่น ภาพที่ 1 รูปแบบการเจริญเติบโตของไซยาโนแบคทีเรีย
  2. ตาราง ให้ใช้ ตาราง 1 (ตัวหนา) อยู่เหนือตาราง เช่น ตาราง 1 สมบัติทางกายภาพของแม่น้ำน่าน

Full Text: PDF